ส่วนคนร้ายที่เหลือได้แยกย้ายกันหลบหนี โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ไปทาง อ.จะนะ จำนวน 2 คน ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวณชายแดนที่ 43 ได้จัดชุดติดตาม ไปถึงบริเวณบ้านโคกม้า หมู่ที่ 8 ต.บ้านนา อ.จะนะ คนร้ายได้เลี้ยวเข้าสวนยาง พร้อมทิ้งรถจักรยานยนต์ และทำการยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนจะหลบหนี ทราบชื่อ คือ นายอัซมัน เปาะเล๊าะ ส่วนอีก 1 คัน คนร้าย จำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทาง อ.เทพา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ได้ตั้งจุดตรวจ - จุดสกัด ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ โดยคนร้ายได้หลบหนี ไปยังมัสยิดบ้านป่าโยง ม.7ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งคนร้ายได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ แล้วทำการยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนจะหลบหนีเข้าไปในพื้นที่สวนยางพาราด้านหลังมัสยิด ตรวจสอบทราบชื่อภายหลัง คือ นายสุรินทร์ กาเส็ง
จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียน เป็นรถที่แจ้งหาย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 รถจักรยานยนต์ที่ตรวจพบที่บ้านร้าง จุดรวมพล ป้ายทะเบียน งทบ 614 สงขลา ป้ายจริง งทษ 544 สงขลา คนร้ายได้ดัดแปลงขูดเอาเลขเครื่องเดิมออก และเติมสีหมายเลขใหม่ ส่วนตัวรถนั้นเป็นรถที่แจ้งหาย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ พื้นที่บริเวณโดยรอบมัสยิดบ้านป่าโยง พบปืนพกจำนวน 1 กระบอกและเครื่องกระสุนจานวนหนึ่งอยู่ในกระเป๋าสีน้ำตาล บริเวณหลังมัสยิด แต่ไม่ตรวจพบบุคคลเป้าหมาย
พลตรี ศานติ ศกุนตนาค ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน อย่าตื่นตระหนก ขอให้มีความระมัดระวัง หากพบเห็นเบาะแส หรือบุคคลต้องสงสัย ขอให้แจ้งมายังสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 ที่หมายเลข 061 - 173 2999 เจ้าหน้าที่ได้มีมาตรการเปิดแผนเชิงรุก ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่
ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยได้มีการดำเนินการเข้าพบปะกลุ่มเครือญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความเข้าใจให้นำผู้ที่ยังหลบหนีเข้ามามอบตัว และเข้ากระบวนการตามกฎหมาย แต่ไม่มีบุคคลใดที่จะแสดงตัว สุดท้ายคนร้ายได้ใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ จนนำไปสู่การวิสามัญ พร้อมขอแสดงความเสียใจมายังญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนักมาโดยตลอด แต่คนร้ายเลือกใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จนทำเกิดความสูญเสียดังกล่าว