ขณะที่นายสมชาย ศรีสุวรรณ อายุ 60 ปี ผู้เสียหายอีกราย กล่าวด้วยความอึดอั้นตันใจว่า ตนเองได้ส่งเงินฝากออมเดือนละ 4,000 บาท และของพี่สาวอีก 7,000 บาท เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ตนเองนำมาฝากออมกับกองทุน เป็นเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ก็เพื่อหวังว่าจะใช้เป็นเงินก้อนในการดูแลครอบครัวในช่วงบั้นปลายชีวิต ไม่คิดว่าคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและเชื่อถือ จะคดโกงชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำได้ และกรณีที่เกิดขึ้นก็สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับชาวบ้านที่ต่างคาดหวังว่าจะได้ผลตอบแทนตามที่คณะกรรมการตกลงกับชาวบ้านไว้ แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะได้เงินในส่วนที่เหลือคืน และหากนับรวมเงินที่คณะกรรมการกองทุนฯติดค้างอยู่ก็นับเป็นเงินอีกหลายแสนบาท เพราะมีชาวบ้านเป็นผู้เสียหายรวมกว่า 200 คน จาก 3 หมู่บ้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง รวมทังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ และหากคณะกรรมการกองทุนฯ ไม่รับผิดชอบทางกลุ่มผู้เสียหายก็จะเตรียมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด