เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวบ้านแจ้งความถูก "กองทุนเงินออม" เบี้ยวเงินนับแสน

08 ก.ย. 2563 | sumalee

ชาวบ้านแจ้งความถูก "กองทุนเงินออม" เบี้ยวเงินนับแสน

ตัวแทนชาวบ้านอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น กว่า 10 คน รวมตัวขึ้นโรงพักแจ้งความเอาผิดกับ 12 คณะกรรมการกองทุนเงินออม หลังชักชวนชาวบ้านกว่า 200 คน ร่วมออมเงิน แต่พอถึงกำหนดปันผลกำไรกลับไม่มีเงินคืนชาวบ้านตามที่ตกลงไว้ วอนตำรวจ-ฝ่ายปกครองหาทางช่วยเหลือ

 วันที่ 8 กันยายน 2563 ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ชาวบ้านบ้านลาน หมู่ 4 หมู่ 5 และหมู่ 6 ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น กว่า 10 คน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ เพื่อดำเนินคดีกับคณะกรรมการกองทุนเงินออมบ้านลาน จำนวน 12 คน ซึ่งประกอบไปด้วย ข้าราชการครู อดีตข้าราชการครู ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรอำเภอแห่งหนึ่ง ที่ร่วมกันจัดตั้งกองทุนเงินออมขึ้นมา แล้วเชิญชวนชาวบ้านให้เข้าร่วมออมเงิน แบบรายเดือน ชาวบ้านที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิก และฝากเงินออมได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท แต่ต้องส่งฝากออมทุกเดือน ผลตอบแทนจะให้เงินปันผลร้อยละ 13 บาท 2 ปีปันผลหนึ่งครั้ง โดยเริ่มมาตั้งแต่ ปี 2559 
แต่เมื่อถึงกำหนดวันปันผล คณะกรรมการฯ กลับไม่มีเงินมาคืนให้กับชาวบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มชาวบ้านได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำธรรมอำเภอบ้านไผ่ จนได้เงินต้นที่แต่ละคนนำไปฝากออม และเงินปันผลซึ่งเป็นกำไรจากการออมมาแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งได้มีการนัดหมายจะส่งคืนภายในปี 2562 แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เงินในส่วนดังกล่าว จึงรวมตัวกันมาแจ้งความในวันนี้
 

ชาวบ้านแจ้งความถูก "กองทุนเงินออม" เบี้ยวเงินนับแสน


 นายวีระชัย อิ่มเดชา อายุ 71 ปี เป็นหนึ่งในสมาชิกกองทุนเงินออมบ้านลาน กล่าวว่า ตนเองและคนในครอบครัวได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่คณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งเป็นการจัดตั้งกันขึ้นมาเองของข้าราชการครู อดีตข้าราชการครู ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นคนที่รู้จักกันดี ได้เชิญชวนชาวบ้านให้เข้าร่วมโดยการประกาศเสียงตามสายผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน 
ซึ่งตนเองเห็นว่าน่าสนใจ หากนำเงินไปฝากจะได้กำไรมากกว่าฝากไว้กับธนาคาร และหากมีความจำเป็นก็สามารถกู้เงินจากกองทุนมาใช้ก่อนได้ จึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกและชวนคนในครอบครัว โดยส่งเงินออมกับกองทุนฯ จำนวน 4,000 บาทต่อเดือน มาตั้งแต่ปี 2559 หากรวมแล้วก็เป็นเงินหลายแสนบาท ซึ่งตนเองรวมทั้งชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ส่งเงินออมมาเรื่อยๆ บางคนส่งเดือนละหลายหมื่นบาท 
กระทั้ง 2 ปีถัดมาซึ่งกำหนดที่กองทุนฯ จะต้องปันผลคืนให้กับสมาชิก คณะกรรมการกองทุนกลับไม่มีเงินมาคืนให้กับสมาชิก ทั้งเงินต้นที่ส่งออมไปและเงินปันผลร้อยละ 13 บาท เมื่อทวงถามกับได้คำตอบว่า มีคณะกรรมการกองทุนฯ นำเงินไปใช้และยังไม่ได้นำมาคืน ทำให้สมาชิกกองทุนฯต้องเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านไผ่ จนได้เงินต้นที่ส่งออมคืน รวมทั้งเงินปันผลครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งกลับยังไม่ได้ ทั้งที่เลยกำหนดเวลานัดจ่ายมาแล้วหลายเดือน



 

 ขณะที่นายสมชาย ศรีสุวรรณ อายุ 60 ปี ผู้เสียหายอีกราย กล่าวด้วยความอึดอั้นตันใจว่า ตนเองได้ส่งเงินฝากออมเดือนละ 4,000 บาท และของพี่สาวอีก 7,000 บาท เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ตนเองนำมาฝากออมกับกองทุน เป็นเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ก็เพื่อหวังว่าจะใช้เป็นเงินก้อนในการดูแลครอบครัวในช่วงบั้นปลายชีวิต ไม่คิดว่าคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและเชื่อถือ จะคดโกงชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำได้ และกรณีที่เกิดขึ้นก็สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับชาวบ้านที่ต่างคาดหวังว่าจะได้ผลตอบแทนตามที่คณะกรรมการตกลงกับชาวบ้านไว้ แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะได้เงินในส่วนที่เหลือคืน และหากนับรวมเงินที่คณะกรรมการกองทุนฯติดค้างอยู่ก็นับเป็นเงินอีกหลายแสนบาท เพราะมีชาวบ้านเป็นผู้เสียหายรวมกว่า 200 คน จาก 3 หมู่บ้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง รวมทังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ และหากคณะกรรมการกองทุนฯ ไม่รับผิดชอบทางกลุ่มผู้เสียหายก็จะเตรียมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ข่าวล่าสุด