เมื่อครบกำหนดตนได้โทรไปสอบถามว่ารถเรียบร้อยไหมแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงเดินทางเข้าไปที่อู่ พบรถยนต์ของตนจอดอยู่ที่ด้านหลังอู่ ถูกถอดชิ้นส่วนทั้งประตู ล้อ กันชน กระจกข้าง สภาพยับเยิน ตนจึงสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถ แต่ทางอู่บอกว่าเป็นขั้นตอนการทำสี และผลัดวันกำหนดเสร็จไปเรื่อย จนได้รับรถวันที่ 8 ส.ค.63 เวลา 18.00 น.รถของตนเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว แต่ด้วยมืดจึงไม่ได้ตรวจดูละเอียดมากนักพบแต่ว่าสีภายนอกเป็นสีแดงแต่ภายในยังเป็นสีขาว จึงได้สอบถามอู่ว่าไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทางอู่จึงไม่เก็บเงินค่าทำสีที่เหลืออีก 5,000 บาท
ด.ต.หญิงชญานิศ กล่าวต่อว่า เมื่อขับรถออกมาจากอู่ ระบบไฟฟ้าใช้ไม่ได้ เซ็นต์เซอร์หลังไม่ทำงาน สายเบลไม่กลับเข้าที่ ไฟหน้าไม่ติด ตรวจสอบพบว่าท่อไอเสียถูกตัดหายไปครึ่งหนึ่ง วันที่ 11 ส.ค.จึงเอารถกลับไปที่อู่อีกครั้ง ทางอู่ยินดีแก้ไขให้ แจ้งว่าวันเดียวเสร็จ แต่ได้รถกลับมาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.63 แต่รถก็ไม่สามารถใช้การได้เหมือนเดิม อู่บอกแก้ไม่ได้แล้ว ตนจึงนำรถกลับมา
ตอนนี้ปัญหาที่ตามมาคือพวงมาลัยสบัด เอียง ล้อทั้ง 4 ถูกถอดและเสียการทรงตัว ตนจึงเริ่มเอ๊ะใจโทรถามบริษัทประกัน จึงพบว่ารถเก๋งของตนที่เพิ่งทำประกันไปก่อนเข้าทำสีมีการเคลมประกันอุบัติเหตุไปแล้วถึง 6 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 126,244 บาท และบริษัทประกันได้จ่ายเงินค่าเคลมประกัน้ข้าบัญชีที่เจ้าของอู่นำสมุดบัญชีกับเอทีเอ็มของตนไปจนครบหมดแล้ว