เนชั่นทีวี

ข่าว

โจรงัดตู้เติมเงินอาละวาดไม่หยุดยกตู้ทิ้งซากกลางทุ่งนา

07 ก.ย. 2563 | sumalee

โจรงัดตู้เติมเงินอาละวาดไม่หยุดยกตู้ทิ้งซากกลางทุ่งนา

เจ้าของสุดช้ำ โจรงัดตู้เติมเงินเหิมเล่นขโมยยกหายทั้งตู้ทิ้งซากกลางทุ่งนาวอน จนท.ทุกฝากช่วยเร่งไล่ล่า หลังถูกแก๊งโจรบุกขโมยงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือตามจุดต่างๆ ถูกโจรงัดพังเสียหายมาต่อเนื่องทุกเดือนรวมกว่า 5 เครื่องแล้ว

( 7 ก.ย.63 ) มีความคืบหน้าคดีหลังวานนี้ นายกิตติสุขขี อายุ 53 ปี ชาวบ้านเลขที่ 293294 หมู่ 6 บ้านหนองสังข์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เจ้าของผู้ประกอบการตู้เติมเงินในพื้นที่ จ.ชัยภูมิได้เข้าแจ้งความต่อพ.ต.ท.จิตติพัฒน์คำรังสี สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุมีคนร้ายก่อเหตุใช้เครื่องมือทำลายฐานที่ตั้งเครื่องตู้เติมเงินที่ติดตั้งไว้บริการลูกค้าตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือยี่ห้อกระปุก
 
ซึ่งจุดเกิดเหตุตั้งอยู่ข้างถนนใกล้ร้านค้าของชำเลขที่ 297บ้านบุ่งคล้า หมู่ 12 ต.บุ่งคล้า อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งคนร้ายได้ขโมยยกตู้ไปทั้งฐาน ทั้งเครื่องเติมเงินไป 1 เครื่อง จากที่วางคู่กันไว้จำนวน2 เครื่องซึ่งมูลค่าความเสียหายตู้เติมเงินที่หายไปทั้งตู้ครั้งนี้รวมกว่า 49,000 บาท มีเงินภายในเครื่องอีกไม่น้อยกว่า 2 พันบาท ซึ่งสัญญาณการใช้เครื่องเติมเงินฯ ได้ขาดหายไปช่วงเวลา 23.17 น.ของวันที่ 6 ก.ย.63 ก่อนตู้เติมเงินจะถูกขโมยหายไปทั้งตู้ครั้งนี้
 
จนล่าสุด วันนี้(7ก.ย.63) เวลา 10.30 น.ขณะที่นายเวียน บิจันทร์เที้ยะ อายุ 63 ปี ชาวนาบ้านเลขที่ 15 บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ 12 ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมือง จ.ชัยภูมิ ได้ออกมาดูนาข้าวของตนเองห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 4 กิโลเมตร ที่อยู่ติดกับถนนซอยคอนกรีตใกล้ลำคลองใกล้กับบ้านโนนสมบูรณ์ ต้องตกใจเมื่อได้พบกับเครื่องตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือพร้อมฐานติดตั้งเครื่อง ถูกนำมาทิ้งในที่นาตนเอง จึงเรียกเพื่อนบ้านใกล้เคียงให้มาช่วยกันยกนำไปวางตะแคงไว้ที่รอมถนนใกล้ที่นา ก่อนโทรศัพท์แจ้งกำนัน และตำรวจ ให้เจ้าของเครื่องตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือดังกล่าวที่แจ้งหายไว้เดินทางมาดู
 



 

ซึ่งด้านตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ คาดงว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้มีไม่น้อยกว่า 3 คนขึ้นไป ซึ่งจะได้เร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมด เพื่อเร่งติดตามกลุ่มหัวขโมยครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้โดยเร็วต่อไป
 
เพราะตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา พบว่ามีตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือของนายกิตติ  เจ้าของผู้ประกอบการตู้เติมเงิน ที่นำไปติดตั้งไว้ตามหน้าร้านจุดต่าง ๆ ทั่วจังหวัดชัยภูมิ ถูกคนร้ายงัดตู้ฯขโมยเงินไปแล้วทุกเดือน เฉลี่ยเดือนละ 1ครั้ง ได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 5 เครื่อง มูลค่าความเสียหายเฉพาะตัวเครื่องรวมกว่า 245,000 บาท เงินในตู้เติมเงินอีกนับหลายหมื่นบาท แต่จนขณะนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้
 

ด้านนายกิตติ ผู้เสียหาย เจ้าของตู้เติมเงินที่ถูกทั้งงัดทำลายตู้และถูกยกไปทั้งแท่นฐานเครื่องเติมเงินโทรศัพท์มือถือในครั้งนี้ อยากขอร้องฝากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ช่วยจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วด้วยน้ำตาคลอเบ้า เพราะตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือของตนเองเสียหายไปแล้วกว่า 5 เครื่อง ๆละกว่า 49,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายไปแล้วไม่น้อยกว่า 245,000 บาท และครั้งล่าสุดนี้คนร้ายเหิมหนักมากเล่นขโมยยกพังเสียหายยกไปทั้งตู้ถือว่าท้าทายกฏหมายเป็นอย่างมาก ที่ก็ไม่เคยเจอโจรกล้าขนาดนี้มาก่อน ที่กล้าขโมยยกทั้งตู้ทั้งฐานวางตู้ไปหมดมากขนาดนี้///




ข่าวล่าสุด