พ่อเฒ่ายืมเงินญาติได้ 3 พันสู้คดีถูกหลานฟ้องขับไล่
07 ก.ย. 2563 | kavintra_chi

พ่อเฒ่ายืมเงินญาติได้ 3 พันบาท ค่าทนายสู้คดีถูกหลานฟ้องขับไล่ ด้านหลานสาวคู่กรณีขอความเป็นธรรมให้พ่อที่เสียชีวิตแล้ว พร้อมยืนยันไม่เจรจาให้ไปเจอกันที่ศาล
ข่าว
07 ก.ย. 2563 | kavintra_chi

พ่อเฒ่ายืมเงินญาติได้ 3 พันบาท ค่าทนายสู้คดีถูกหลานฟ้องขับไล่ ด้านหลานสาวคู่กรณีขอความเป็นธรรมให้พ่อที่เสียชีวิตแล้ว พร้อมยืนยันไม่เจรจาให้ไปเจอกันที่ศาล
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 63 นายเริง ผุยเหง้า อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 4 บ้านเหล่าสวนกล้วย ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จำเลยที่ 1 พร้อมด้วยนายสมชัย แก้วสีขาว จำเลยที่ 2 และ นางเสถียน แก้วสีขาว จำเลยที่ 3 เดินทางไปยังสมาคมนักข่าวจังหวัดนครพนม ถนนกลางเมือง เขตเทศบาลเมืองนครพนม พบกับนายณพล ใบเงิน ทนายความ พูดคุยกรณี นางสาวละเอียด ผุยเหง้า อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 26 หมู่ 4 บ้านเหล่าสวนกล้วย หลานสาวยื่นฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย 300,000 บาท ต่อศาลจังหวัดนครพนม โดยนายเริงหยิบยืมเงินญาติมาได้ 3,000 บาท นำมาเป็นค่าจ้างทนาย ซึ่งนายณพลรับปากว่ายินดีรับว่าความให้อย่างเต็มที่จากการสอบถาม น.ส.ละเอียด กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเขตแดนที่ดินที่บิดามอบให้มีขอบเขตอยู่ตรงไหนจึงให้เจ้าหน้าที่ที่ดินมาสอบเขตตามโฉนดที่ถือครอง แต่จะล้ำเกินเข้าไปในที่ดินของคนอื่นอย่างไรนั้นตนไม่ทราบ ขณะนี้เรื่องไปถึงศาลแล้วยืนยันว่าต้องไปคุยกันที่ศาลเท่านั้น ไม่ขอเจรจากับนายเริงอีก แต่ยอมรับว่าไม่รู้จักแนวเขตที่ดินตามโฉนดของตนเอง หากศาลพิจารณาให้แพ้ก็จะโอนที่ดินคืนให้นายเริง แต่ตอนนี้อยากจะขอความเป็นธรรมให้นายถวิล บิดาของตนที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย เรื่องพิพาทที่ดินระหว่างลุงกับหลาน เกิดขึ้นเมื่อนายเริงกับนายถวิลสองพี่น้อง ได้เข้าไปจับจองที่ว่างเปล่ากันคนละแปลง โดยมีทางสาธารณะประโยชน์เป็นแนวเขตที่ดินซึ่งกันและกัน ต่อมาปี 2523 ทั้งคู่ได้รับใบจอง(น.ส.2) ก่อนที่นายถวิลจะไปขอออกเป็นเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. เลขที่ 1604 และกลายมาเป็นโฉนดเลขที่ 11150 เนื้อที่จำนวน 19 ไร่ 40 ตารางวา เมื่อปี พ.ศ.2541 ส่วนนายเริงยังไม่มีเงินค่าดำเนินการจึงถือใบจองไว้
ต่อมานายถวิลเสียชีวิต น.ส.ละเอียด ลูกสา ได้เป็นผู้จัดการมรดก โดยรับโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อของ น.ส.ละเอียดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 จากนั้นก็กล่าวหาว่านายเริงผู้มีศักดิ์เป็นลุงบุกรุกที่ดิน 4 ไร่ 2 งาน 2 ตารางวา จึงมีการเจรจาความกัน โดย น.ส.ละเอียดจะขายที่ดินที่นายเริงบุกรุกในราคา ไร่ละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 220,000 บาท แต่การเจรจาล้มเหลวเพราะตกลงกันไม่ได้ ดังนั้น น.ส.ละเอียดจึงยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครพนม ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย 300,000 บาท พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป โดยศาลจะพิจารณาคดีนัดแรกวันที่ 26 ตุลาคม 2563
ในขณะที่เพื่อบ้านของนายเริงต่างออกมายืนยันว่า นายเริงไม่ได้บุกรุกที่ดินแต่อย่างใด ความผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นในระหว่างออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. และทางสาธารณะประโยชน์ที่อยู่ในใบโฉนดก็ไม่เคยมีใครรู้เห็นหรือใช้สัญจรมาก่อน ต่างจากแนวเขตที่ดินเดิมที่ทุกคนเคยใช้สัญจรไปมานานหลายสิบปี