สสจ.แจงไม่มีเอี่ยวเรียกรับเงินบรรจุข้าราชการ
07 ก.ย. 2563 | kavintra_chi

สสจ.ชี้แจงไม่เกี่ยวข้อง กรณีนักวิชาการ สธ.เรียกรับเงินบรรจุข้าราชการด่านหน้าสู้โควิด 19 และอ้างเป็นโควต้า รมว.สธ. โดยชี้ มีมูลผิดจริง เร่งสอบวินัยร้ายแรงและอาญาควบคู่กัน
ข่าว
07 ก.ย. 2563 | kavintra_chi

สสจ.ชี้แจงไม่เกี่ยวข้อง กรณีนักวิชาการ สธ.เรียกรับเงินบรรจุข้าราชการด่านหน้าสู้โควิด 19 และอ้างเป็นโควต้า รมว.สธ. โดยชี้ มีมูลผิดจริง เร่งสอบวินัยร้ายแรงและอาญาควบคู่กัน
กรณีที่มีการร้องเรียนข้าราชการเรียกรับเงินบุคลากรแลกบรรจุข้าราชการด่านหน้าสู้โควิด 19 ในสำนักงานสาธารณสุขแห่งหนึ่ง โดยแอบอ้างว่า เป็นโควต้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ช่วยให้พี่สาวของพยาบาลวิชาชีพประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ กับข้าราชการที่บรรจุกรณีโควิด 19 ประมาณเดือนกันยายน 2563 และจะให้ปฏิบัติราชการที่กลุ่มงานยาเสพติด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ตามที่เป็นข่าวนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเนื่องจากเป็นความผิดอาญาและผิดวินัยร้ายแรง นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ได้ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีมูลความจริง และได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับบุคคล ถือเป็นความผิดส่วนบุคคลที่กระทำผิดวินัยร้ายแรง ได้ดำเนินการตามสมควรทั้งทางวินัยและอาญา ต่อจากนี้ ต้องรอผลการสอบจากพนักงานสอบสวนมาประกอบ โดยขอยืนยันว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างนี้ เบื้องต้นย้ายนักวิชาการสาธารณสุขออกนอกพื้นที่ระหว่างการสอบสวน ส่วนผู้ให้ข้อมูลย้ายออกไปปฏิบัติราชการที่อื่นเพื่อความปลอดภัย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ไม่ได้รับรายงานชี้แจงจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ต้องให้สิทธิ์ต้นสังกัดดำเนินการ เพราะสร้างความเสื่อมเสียให้กับหน่วยงาน สำหรับการย้ายผู้ให้ข้อมูลออกไปปฏิบัติราชการ มองว่าเป็นคำสั่งที่เหมาะสมแล้วเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ส่วนคำสั่งย้ายนักวิชาการสาธารณสุขออกนอกพื้นที่ระหว่างการสอบสวน เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และป้องกันไม่ให้มายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานต่างๆในระหว่างการสอบสวน ซึ่งผลการสอบวินัยร้ายแรงและทางอาญาเป็นอย่างไร ต้องรอสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ และ สภ.เมืองนครราชสีมา แจ้งให้ทราบอีกครั้ง ตอนนี้กำลังเร่งตรวจสอบในทางลับ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน
การดำเนินการเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษนั้น เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 ทีเห็นชอบอนุมัติอัตราการบรรจุข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ที่ทำงานดูแลด้านสุขภาพอนามัยประชาชนในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 จำนวน 24 สายงาน รวมทั้งสิ้น 38,105อัตรา โดยล็อตแรก บรรจุข้าราชการด่านหน้าสู้โควิด19 ในกลุ่มบุคลากรที่ให้บริการในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด- 2019 จำนวน 25,051 อัตรา ในเดือนพฤษภาคม 2563 เรียบร้อยแล้ว ส่วนรอบ 2 บรรจุแต่งตั้งกลุ่มบุคลากรที่สนับสนุนการให้บริการในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 รวม 5,616 อัตรา และรอบ 3 บรรจุกลุ่มบุคลากรที่ให้บริการหรือสนับสนุนการให้บริการในสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ รวม 7,438 อัตรา จะรวบกลุ่มบรรจุในคราวเดียวกัน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จพร้อมกัน ภายในปีงบประมาณ 2563 หรือภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ทำเรื่องไปยังคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) แล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่รอการบรรจุ ทางกระทรวงฯ ได้มีการขึ้นบัญชีไว้แล้ว แต่ต้องรอตามระบบ และไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ทันรอบการบรรจุหรือจะหมดอายุลง ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่จะมีการเยียวยาก็ต้องรอตำแหน่งว่าง ซึ่งจะมีการพิจารณาตามลำดับ