หลังจากเกิดเหตุ นางวันเพ็ญ ได้มาเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาลพร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้คนเจ็บเพียง 2,000 บาท ขณะเดียวกัน ทางผู้ใหญ่ของนางวันเพ็ญได้พา นางวันเพ็ญไปรับรถยนต์คันที่ประสบอุบัติเหตุ ออกมาจากสถานีตำรวจเพื่อนำไปซ่อมแล้ว ทางญาติผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากคดีดังกล่าว ยังไม่สามารถตกลงกันได้ แต่ทางพนักงานสอบสวนกลับคืนรถของกลางให้กับทาง คู่กรณีไปแล้ว และคนเจ็บที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลคู่กรณีก็แทบไม่มา ดูแลเลย
ต่อมาทางญาติจึงได้ร้องเรียนมายังชมรมทนายความรุ่น 50 จ.เชียงใหม่ใหม่ และสื่อมวลชน ขอให้ ดำเนินการช่วยเหลือ ผู้ได้รับบาดเจ็บด้วยเนื่องจากครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บมีฐานะยากจน เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีนี้ ต่อมาทางผู้สื่อข่าว และประธานชมรมทนายความฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมนายสงกรานต์ฯคนเจ็บ ที่นอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่
นายสงกรานต์ เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นลูกจ้างอยู่ร้านขายโลงศพ อยู่ริมถนนสายดอยสะเก็ด-เชียงราย และมีภาระต้องเลี้ยงดูแม่อายุเกือบ 70 ปี ที่แก่ชราแล้วและหลานชายกำลังเรียนอยู่ชั้น ม. 1 ในวันเกิดเหตุหลังจากเลิกงานตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ ไปซื้อของที่ตลาดบ้านท่ารั้ว หลังจากซื้อของเสร็จได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับบ้านพัก ขณะที่ขี่รถมาตามถนนด้วยความเร็วประมาณ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้มีรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวเลี้ยวกลับรถกลางถนนตัดหน้าตนแบบกระชั้นชิด ทำให้เบรกไม่ทันจึงพุ่งเข้าชนรถยนต์เก๋งเข้าเต็มแรงจนร่างตนกระเด็นตก ไปกระแทกกับพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ ตามที่ปรากฏ ในภาพและคลิป