ประเทศไทยถือว่ามีธุรกิจร้านอาหารหลากหลายประเภทให้บริการ แต่ร้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่แต่ละปีจะมีตลาดรวมมูลค่ามหาศาล
ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร กรุงเทพฯ พบว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี2543 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง แม้ปีนี้จะต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด19 และยังพบว่า ประเทศไทยมีสถิติการนำเข้าวัตถุดิบอาหารจากญี่ปุ่นสูงเป็นอันดับ7 ของโลก
โดยในปี 2562 มีมูลค่าการนำเข้าอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยถึง 39,500 ล้านเยน และพบว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยกว่า 3,637 ร้าน เพิ่มขึ้นจาก 3,004 ร้าน ในปีก่อนหน้า แต่จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรก ไทยมีมูลค่าการนำเข้าวัตถุดิบอาหารจากญี่ปุ่นลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หรืออยู่ที่ 20,130 ล้านเยน
สำหรับตลาดธุรกิจอาหารญี่ปุ่น ปัจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ 3.9 แสนล้านบาท เติบโตลดลงราว 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการในประเทศไทยทั้งสิ้น 3,697 ร้าน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีร้านอาหารญี่ปุ่น 3,637 ร้าน ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ที่น่าสนใจคือ เมื่อแยกย่อยออกมาจะพบว่า ร้านอาหารที่เปิดสาขาใหม่ ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่อยู่ในต่างจังหวัด แสดงให้เห็นว่าแม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด19 แต่ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นก็ยังมีแนวโน้มสดใสในประเทศไทยโดยประเภทของร้านที่มีจำนวนมากที่สุดคือ ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 19% รองลงมาคือร้าน ซูชิ /ราเมน / สุกี้/ และอิซากายะ ตามลำดับนอกจากนี้ เจโทรฯ ยังได้สำรวจบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ผ่านหอการค้าญี่ปุ่น ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. ว่าเกิดโควิด-19 แล้วจะยังทำธุรกิจในไทยต่อหรือไม่ โดยผลสำรวจมากกว่า 60% ยังคงมั่นใจที่จะดำเนินธุรกิจในไทย และเกิน 70% ยังคงมั่นใจว่าจะลงต่อและเพิ่มการลงทุนในไทย ซึ่งทั้งหมดยังสะท้อนว่าภาคเอกชนญี่ปุ่นยังมั่นใจเศรษฐกิจ สังคมและรวมถึงไม่มีความกังวลต่อการเมืองของไทยในขณะนี้ด้วย
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน