เนชั่นทีวี

ข่าว

นายกฯถกหัวกะทิภาคธุรกิจแก้ปัญหาประเทศ

03 ก.ย. 2563 | orawan_jan

นายกฯถกหัวกะทิภาคธุรกิจแก้ปัญหาประเทศ

นายกฯ จัดประชุม workshop กับภาคธุรกิจตามแนวทาง "รวมไทยสร้างชาติ" เปิดโอกาสให้คนที่เก่งสุดจากทุกภาคส่วน และทุกระดับของสังคม หาวิธีร่วมกันขับเคลื่อนประเทศและดูแลภาคธุรกิจ โดยภาคอสังหาฯเสนอรัฐกระตุ้นการบริโภค และให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อบ้านเพิ่ม ด้านกลุ่มค้าปลีกชงโครงการช้อปช่วยชาติ และกระตุ้นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง โดยลดภาษีนำเข้าชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน เช่น จาก 30 % เหลือ 10%

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดประชุม workshop กับภาคธุรกิจต่างๆตามแนวทาง "รวมไทยสร้างชาติ"  โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายดิสทัตโหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดร. ทศพร ศิริสัมพันธ์เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายประสงค์ พูนธเนศปลัดกระทรวงการคลัง เข้าร่วมรับฟัง โดยได้มีการประชุม 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์กลุ่มธุรกิจค้าปลีก และกลุ่มอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์

 






นายกฯถกหัวกะทิภาคธุรกิจแก้ปัญหาประเทศ


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มากกว่าการก้าวผ่านวิกฤตโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งโลกไปให้ได้เราควรจะมองไปในอนาคตที่ไกลกว่านั้น และควรจะใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นโอกาสที่จะนำพาประเทศไทยให้ไปอยู่ในจุดที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือเหตุผลที่เชิญทุกท่านมาในวันนี้เพื่อแบ่งปันมุมมอง ความคิด ในฐานะที่เป็นบุคคลที่สุดยอดในภาคธุรกิจนี้มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ตรงมายาวนาน ซึ่งต้องการทราบความคิดในการขับเคลื่อนภาคส่วนอย่างไรโอกาสของภาคธุรกิจเป็นอย่างไร อนาคต 3 ปีข้างหน้าภาคธุรกิจควรจะไปอยู่ที่จุดไหนอุปสรรคคืออะไร เพราะเมื่อเวลารัฐพิจารณานโยบาย หรือโครงการที่หน่วยงานต่างๆนำเสนอ จะสามารถตัดสินใจไปในแนวทางที่จะสนับสนุนวิสัยทัศน์ของภาคเอกชนได้

 










สำหรับการประชุมกลุ่มแรกเป็นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยมีการนำเสนอใออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคของผู้บริโภคภายในประเทศ ทั้งในส่วนการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัย การซื้อเพื่อการลงทุน และลงทุนบ้านให้เช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ทั้งมาตรการของภาครัฐในเรื่องของภาษี และมาตรการของภาคการเงินในเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ และอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่า นอกเหนือจากการออกมาตรการทางการเงินที่ช่วยผู้บริโภคแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ควรหาวิธีการจูงใจธนาคารต่างๆ ให้มีความต้องการ "อยากปล่อยสินเชื่อ" เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย มีช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้

นอกจากนั้นที่ควรให้ความสำคัญอีกหนึ่งมิติ ในฐานะที่ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็นบ้านหลังที่สองของคนทั่วโลก และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคด้วยปัจจัยบวกหลายๆ ด้าน ซึ่งหากผลักดันได้สำเร็จจะส่งผลประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนของแรงงานต่างชาติระดับผู้บริหาร หรือผู้มีทักษะสูง เพิ่มการจ้างงาน เพิ่มรายได้ กำลังซื้อภายในประเทศ และเป็นผลต่อเนื่องต่อภาคธุรกิจต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก การค้า โรงแรม ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

ทั้งนี้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นภาคธุรกิจที่อิงกับความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นภาครัฐต้องเน้นการสร้างความเชื่อมั่น เกี่ยวกับความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต และประกอบอาชีพของตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ช่วยได้ คือการสื่อสารข้อมูลเรื่องเศรษฐกิจ หรือโครงการสำคัญๆ ที่จะมีผลต่อการทำมาหากินและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ออกไปสู่ประชาชนให้รับทราบ และมองเห็นอนาคตของตัวเอง เพื่อสามารถวางแผนการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

นายกฯถกหัวกะทิภาคธุรกิจแก้ปัญหาประเทศ

ด้านการประชุมของ "ภาคธุรกิจค้าปลีก" ได้เสนอว่าภาครัฐควรมีนโยบายส่งเสริมประเทศไทยให้เป็น "สุดยอดการใช้ชีวิตแห่งเอเชีย" (Lifestyle hub of Asia")โดยเสนอมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยในส่วนระยะสั้นเพื่อพยุงการจ้างงาน และขับเคลื่อนเอสเอ็มอีให้อยู่รอด เสนอแก้นโยบายค่าแรงขั้นต่ำให้สามารถจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นรายชั่วโมงได้ ซี่งจะนำสู่การจ้างงานเพิ่มขึ้น1.2ล้านอัตรา รวมทั้งออกนโยบายกระตุ้นการใช้จ่าย ด้วยการนำโครงการ "ช้อปช่วยขาติ" ออกมาอีกครั้ง และการกระตุ้นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง โดยลดภาษีนำเข้าชั่วคราวเป็นเวลา4เดือน เช่น จาก30 %เหลือ10%

นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอแนะสำหรับระยะสั้น เพื่อไม่ให้ร้านค้าปิดกิจการ มีการจ้างงานต่อไปและมีเงินหมุนเวียนในระบบรัฐควรปล่อยซอฟท์โลนโดยอนุญาติให้ผู้ประกอบการสามารถนำหลักฐานใบสัญญาเช่ามาใช้พิจารณาปล่อยกู้ได้ ออกโครงการช้อปและเที่ยวช่วยชาติ และเยียวยาลดค่าใช้จ่ายศูนย์การค้า เช่น ลดค่าไฟ ภาษีนิติบุคคล ภาษีป้ายยืดเวลาการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง90%ไปถึงปี2566สำหรับแผนระยะกลาง ควรส่งเสริมยกระดับให้ธุรกิจศูนย์การค้าอยู่ในแผนแม่บทของประเทศเปิดพื้นที่เพิ่มโซนการลงทุนให้ศูนย์การค้า เช่นเดียวกับอีอีซี ส่งเสริมseamless connectivityโดยปรับกฏหมาย ทางเชื่อมอาคารลดค่าธรรมเนียมเงื่อนไขเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจศูนย์การค้า และแผนระยะยาวควรผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เป็นแหล่งช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวชั้นนำ เทียบชั้นญี่ปุ่น เกาหลียกระดับสินค้าไทยให้แข่งขันได้ พร้อมทยอยลดภาษีนำเข้าให้ราคาสินค้าแข่งขันกับต่างประเทศได้

ข่าวล่าสุด