(3ก.ย.63) นายธนากร จันทร์ประโคน อายุ54ปี ชาว ต.ชุมแสง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือและขอความเป็นธรรม หลังจากนายทศ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเครือญาติแจ้งความดำเนินคดีฐานลักทรัพย์และรับของโจร เพียงแค่ไปเอาเศษไม้และตอไม้เก่าประมาณ34ชิ้น จากบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่อาศัยกับพ่อแม่และเป็นที่มรดกไปทำที่นั่งเล่นในกระท่อม แต่ถูกนายทศ ฟ้องขับไล่เพราะอ้างว่าซื้อบ้านและที่ดินดังกล่าวแล้ว
โดยนายธนากร ให้ข้อมูลว่า นายทศ ซึ่งเป็นญาติทางแม่ได้พยายามจะฮุบเอาที่ดินเนื้อที่ประมาณ2ไร่1งาน พร้อมบ้าน1หลังที่ปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มรดกที่ครอบครัวอาศัยอยู่ แต่นายทศ ได้พยายามมาพูดหลอกล่อให้พ่อของตนเองขายที่ดินดังกล่าวให้ในราคา480,000บาท และต่อมานายทศ ก็เข้ามาแสดงตัวครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินและบ้านหลังดังกล่าว โดยที่คนในครอบครัวไม่มีใครรู้เรื่อง ว่ามีการซื้อขายหรือถ่ายโอนกันได้อย่างไรทั้งที่เป็นชื่อของแม่ ตนและน้องชายในฐานผู้รับสิทธิมรดกตามกฎหมาย จึงได้ฟ้องร้องนายทศ และนายพัน ซึ่งเป็นพ่อของตนเอง ฐานร่วนกันยักยอกทรัพย์มรดกของผู้อื่น เมื่อปี2559แต่ด้วยความที่ไม่อยากให้พ่อต้องติดคุกไปด้วยเพราะไปหลงเชื่อนายทศ จึงตัดสินใจถอนฟ้อง แต่พอถอนฟ้อง นายทศ กลับฟ้องกลับตนเองและน้องชายว่าได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาอย่างถูกต้อง และจู่ๆ ก็มีหมายมาขับไล่ให้ตนเองและน้องชายย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าว ด้วยความที่ไม่รู้กฎหมายและไม่มีเงินจึงไม่มีปัญญาที่จะจ้างทนายต่อสู้คดี จึงจำใจต้องย้ายออกจากบ้านของตัวเองและไม่ได้ขัดขืนอะไร จากนั้นก็ทยอยขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปขออาศัยอยู่กับญาติชั่วคราว