เนชั่นทีวี

ข่าว

หนุ่มใหญ่ช้ำใจแค่เอาตอไม้เก่าไปทำที่นั่งแต่ถูกจับ

03 ก.ย. 2563 | sumalee

หนุ่มใหญ่ช้ำใจแค่เอาตอไม้เก่าไปทำที่นั่งแต่ถูกจับ

ชายวัย 54 ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ สุดช้ำใจแค่เอาเศษไม้และตอไม้เก่าจากบ้านหลังเดิมที่ถูกฟ้องขับไล่ ไปไว้นั่งเล่นในกระท่อมถูกแจ้งจับติดคุก กล่าวหาลักทรัพย์และรับของโจร วอนผู้รู้กฎหมายช่วยเหลือเพราะยากจน ทั้งต้องดูแลพ่อชราวัย 80 ปี

(3ก.ย.63) นายธนากร จันทร์ประโคน อายุ54ปี ชาว ต.ชุมแสง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือและขอความเป็นธรรม หลังจากนายทศ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเครือญาติแจ้งความดำเนินคดีฐานลักทรัพย์และรับของโจร เพียงแค่ไปเอาเศษไม้และตอไม้เก่าประมาณ34ชิ้น จากบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่อาศัยกับพ่อแม่และเป็นที่มรดกไปทำที่นั่งเล่นในกระท่อม แต่ถูกนายทศ ฟ้องขับไล่เพราะอ้างว่าซื้อบ้านและที่ดินดังกล่าวแล้ว
โดยนายธนากร ให้ข้อมูลว่า นายทศ ซึ่งเป็นญาติทางแม่ได้พยายามจะฮุบเอาที่ดินเนื้อที่ประมาณ2ไร่1งาน พร้อมบ้าน1หลังที่ปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มรดกที่ครอบครัวอาศัยอยู่ แต่นายทศ ได้พยายามมาพูดหลอกล่อให้พ่อของตนเองขายที่ดินดังกล่าวให้ในราคา480,000บาท และต่อมานายทศ ก็เข้ามาแสดงตัวครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินและบ้านหลังดังกล่าว โดยที่คนในครอบครัวไม่มีใครรู้เรื่อง ว่ามีการซื้อขายหรือถ่ายโอนกันได้อย่างไรทั้งที่เป็นชื่อของแม่ ตนและน้องชายในฐานผู้รับสิทธิมรดกตามกฎหมาย จึงได้ฟ้องร้องนายทศ และนายพัน ซึ่งเป็นพ่อของตนเอง ฐานร่วนกันยักยอกทรัพย์มรดกของผู้อื่น เมื่อปี2559แต่ด้วยความที่ไม่อยากให้พ่อต้องติดคุกไปด้วยเพราะไปหลงเชื่อนายทศ จึงตัดสินใจถอนฟ้อง แต่พอถอนฟ้อง นายทศ กลับฟ้องกลับตนเองและน้องชายว่าได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาอย่างถูกต้อง และจู่ๆ ก็มีหมายมาขับไล่ให้ตนเองและน้องชายย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าว ด้วยความที่ไม่รู้กฎหมายและไม่มีเงินจึงไม่มีปัญญาที่จะจ้างทนายต่อสู้คดี จึงจำใจต้องย้ายออกจากบ้านของตัวเองและไม่ได้ขัดขืนอะไร จากนั้นก็ทยอยขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปขออาศัยอยู่กับญาติชั่วคราว








ต่อมานายทศ ก็ได้ทำการรื้อถอนบ้านหลังดังกล่าวออก ซึ่งช่วงที่รื้อน้องชายก็ไปขอเศษไม้ และตอไม้เก่าประมาณ34ชิ้น ที่นายทศ รื้อออกไปทำเป็นที่นั่งเล่นที่กระท่อมที่ปลูกอาศัยอยู่ในทุ่งนาหลังจากถูกขับไล่ ซึ่งนายทศ ก็อนุญาต ให้เอาไปใช้ได้แต่ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาจึงไม่ได้มีพยานรับรู้เป็นเพียงการอนุญาตด้วยวาจาเท่านั้น แต่ต่อมานายทศ กลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับน้องชายตนเองกล่าวหาว่าลักทรัพย์ แต่พอน้องชายตนเองเสียชีวิต นายทศ ก็แจ้งความเอาผิดกับตนเอง ฐานรับของโจรเพราะตนเอาเศษไม้ และตอไม้ไปใช้รองเป็นที่นั่งเล่นกระทั่งมีหมายมาเรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดี แต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาจะกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาและด้วยความสงสาร เพราะหากตนเองถูกจับติดคุกก็จะไม่มีใครแลพ่อที่แก่ชราวัย80ปี ทางกำนันตำบลชุมแสง จึงใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวเพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม









จากกรณีที่เกิดขึ้นนายธนากร เชื่อว่าน่าจะเป็นการกลั่นแกล้งมากกว่า เพราะตนเองยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ไปลักทรัพย์หรือรับของโจรตามที่ถูกกล่าวหา แต่นายทศ อนุญาตให้น้องชายเอามาใช้เอง และตนมองว่าทำไมแค่เศษไม้และตอไม้เก่าเพียงไม่กี่ชิ้น ถึงขนาดจะต้องแจ้งความดำเนินคดีเลยหรือ หากเป็นทรัพย์สินอื่นตนคงจะไม่ติดใจ แต่ด้วยความที่ไม่รู้กฎหมายและไม่มีเงินที่จะไปจ้างทนายมาต่อสู้ จึงอยากจะให้ผู้รู้กฎหมายให้คำแนะนำและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วย เพราะตอนนี้ก็ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ทุกวันนี้ยังต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ หากตนเองต้องติดคุกก็ไม่รู้ว่าใครจะดูแลพ่อเพราะเหลือกันแค่2คน แม่และน้องชายก็เสียชีวิตไปแล้ว

ข่าวล่าสุด