รวบ 2 ญี่ปุ่น "กรรโชกทรัพย์"
03 ก.ย. 2563 | jiradej

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงจับกุมแรงงานต่างด้าว ใช้ช่องทางตามแนวตะเข็บชายแดน ลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฏหมาย และจับกุมชาวญี่ปุ่น 2 ราย ผู้ต้องหาต่างชาติตามหมายจับ ข้อหาข่มขู่กรรโชกทรัพย์
ข่าว
03 ก.ย. 2563 | jiradej

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงจับกุมแรงงานต่างด้าว ใช้ช่องทางตามแนวตะเข็บชายแดน ลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฏหมาย และจับกุมชาวญี่ปุ่น 2 ราย ผู้ต้องหาต่างชาติตามหมายจับ ข้อหาข่มขู่กรรโชกทรัพย์
วันนี้ (3 กันยายน 2563) เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลการจับกุมประจำสัปดาห์ โดยได้จับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติตามหมายจับ
พลตำรวจโทสมพงษ์ กล่าวว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้จับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้า-ออก ประเทศ บริเวณพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันโควิด 19 โดยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกำลังออกไปสืบสวนจับกุมในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 มีผลการจับกุมรวม 98 ราย แบ่งเป็นชาวกัมพูชา 59 ราย เมียนมา 36 ราย ลาว 3 ราย
สำหรับการลักลอบเข้าประเทศ จะมีนายหน้าทั้งฝั่งประเทศต้นทาง และในประเทศไทย ลักลอบนำแรงงานต่างด้าวด้วยการนั่งเรือ และเดินเท้าตามช่องทางธรรมชาติ มีค่านายหน้าตั้งแต่ 2,000-6,000 บาท โดยมักจะลักลอบผ่านทางจังหวัดตาก จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดนครพนมทั้งนี้ การจับกุมการลักลอบขนแรงงานเข้าประเทศมีคดีที่น่าสนใจโดยเจ้าหน้าที่กก.4 บก.สส.สตม. ได้จับกุมเครือข่ายอดีตผู้ใหญ่บ้านลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ โดยได้จับกุมนายสัญญวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดนครพนม พร้อมหญิงชาวลาว 3 คน หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ผ่านทางจุดผ่อนปรนตามแนวชายแดน และช่องทางธรรมชาติระหว่างชายแดนประเทศไทยกับประเทศลาว (ช่วงก่อนโควิด-19) เมื่อลักลอบนำแรงงานเข้ามาได้แล้วจะส่งแรงงานต่างด้าวไปทำงานเกษตรกรรมกระจายตามพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก โดยแรงงานต่างด้าวที่เป็นผู้หญิงบางส่วนกลางวันทำเกษตรกรรม แล้วในช่วงกลางคืนไปทำงานตามร้านคาราโอเกะ กระทั้งทั้ง 3 คนถูกจับกุมได้ที่ร้านมีนา คาราโอเกะ ตำบลเรณู อำเภอเรณู จังหวัดนครพนม เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2563
นายสัญญวัฒน์ รับว่าตนกับพวกได้เคยลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรประมาณ 2 ปีแล้ว โดยจะได้รับค่าหัวประมาณ 15,000-20,000 บาท แต่หลังจากมีสถานการณ์โควิด-19 ก็ไม่สามารถลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม 23 ราย เกี่ยวกับคดีร่วมกันทำร้ายร่างกาย ความผิดทางเพศ ลักทรัพย์ และ พ.ร.บ.เช็ค
อีกคดีเจ้าหน้าที่ ตม.2 จับกุม ผู้ต้องหา ชายชาวญี่ปุ่น 2 ราย (สงวนชื่อนามสกุล) อายุ 48 ปี และ อายุ 50 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหา "ร่วมกันเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมได้ประโยชน์ในลักษณะทรัพย์สิน" โดยจับกุมบริเวณ ด่านขาออก ตม. สุวรรณภูมิ ขณะกำลังออกไทยไปประเทศเนเธอร์แลนด์ เบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การว่า ผู้เสียหายชาย อายุ 41 ปี เป็นเพื่อนร่วมชาติที่ร่วมลงทุนธุรกิจด้านการเกษตรกับผู้เสียหายที่ประเทศญี่ปุ่น และติดหนี้ผู้ต้องหา จนมีคดีฟ้องร้องกันที่ประเทศญี่ปุ่น กระทั่งผู้เสียหายมาที่ไทย จึงตามมาทวงหนี้ เมื่อพบผู้เสียหายจึงโอนเงินสกุลบีสค์คอยล์ 1.8 คอยล์ หรือประมาณ 6 แสนบาท ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป