เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตเลขาฯหออีสาน วิเคราะห์ 9 เหตุผล ปรีดีฯ ชิงลาออก

03 ก.ย. 2563 | jitima_chum

อดีตเลขาฯหออีสาน วิเคราะห์ 9 เหตุผล ปรีดีฯ ชิงลาออก

อดีตเลขาธิการหอการค้าอีสาน แสดงความคิดเห็นสถานการณ์การเมือง และวิเคราะห์ 9 เหตุผล ที่ปรีดีฯ ชิงลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง และโครงการชิมช้อปใช้ 45,000 ล้าน ที่จะช่วย SME อาจจะไม่ตรงเป้า

วันนี้ (3 กันยายน 2563) นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2563 นี้ รัฐบาลจะมีโครงการชิมช้อปใช้ ภาค 2 ออกมา โดยเตรียมงบประมาณไว้ 45,000 ล้านบาท เพื่อแจกให้ทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 15 ล้านคน ใครมาก่อนได้ก่อน ทุกคนจะได้คนละ 3,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าให้นำเงินที่ได้ไปซื้อสินค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น ซึ่งขณะนี้มีข่าวว่าเซเว่นอีเลฟเว่น ก็จะเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ใครที่ได้สิทธิ์ 3,000 บาท ต้องจ่ายเพิ่มอีก 3,000 บาท จึงคาดว่าจะทำให้มีเงินสะพัดไม่ต้อยกว่า 90,000 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการเติมเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจไทย



อดีตเลขาฯหออีสาน วิเคราะห์ 9 เหตุผล ปรีดีฯ ชิงลาออก






แต่ปัญหาที่ยังกังวลอยู่ก็คือ เงิน 45,000 ล้านบาท จะทำให้ร้านค้าทันสมัยได้ส่วนแบ่งตลาดไปมากกว่าร้านค้าทั่วไป เป็นการเพิ่มยอดขายให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่ต้องการจะช่วยร้านค้า SME เป็นหลัก ทั้งนี้เนื่องจากเงินสดของรัฐบาลเป็นเงินกู้ การเก็บภาษีก็ไม่เข้าเป้า ดังนั้นจึงเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องหาเงินกู้ทั้งในและนอกประเทศมาใช้ในการทำนโยบายเพื่อยาวยาประชาชน ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ขณะเดียวกันนักศึกษาที่จบใหม่กว่า 500,000 คน ก็ยังไม่มีตำแหน่งงานรองรับ รัฐบาลจึงหวังจะเอาโครงการนี้มาช่วยเหลือด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแจกเงินมีผลกระทบต่อเสถียรภาพการคลังของรัฐบาล ที่เป็นปัญหาท้าทายให้กับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่เป็นอย่างมาก



แต่ก็ปรากฏว่านายปรีดี ดาวฉาย รมว.กระทรวงการคลัง ชิงลาออกจากตำแหน่ง ทั้งที่เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งตนวิเคราะห์ว่า มี 9 เหตุผลที่ทำให้นายปรีดีฯ ลาออกจากตำแหน่ง รมว.กระทรวงการคลัง ได้แก่ 1.ถูกบีบซ้าย-ขวา ทั้งจากนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี คนสนิทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.กระทรวงการคลัง คนสนิท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี




2.มีศูนย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจในศูนย์แก้ปัญหาไวรัสโควิด-19 กำกับการทำงานของกระทรวงการคลังอีกชั้นหนึ่ง 3.ประธาน กมธ.งบประมาณ 2564 ควรเป็น รมว.กระทรวงการคลัง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ฯ ให้ รมช.กระทรวงการคลังเป็นประธาน 4.จำใจต้องถอนการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในที่ประชุม ครม. เพราะ รมช.ไม่เห็นด้วย ถือว่าเสียหน้ามาก 5.นายกรัฐมนตรีดูจะให้ความสำคัญด้านกิจการการเมืองมากกว่า 6.นายปรีดีฯ เป็นนักการเงินการธนาคารมานาน เห็นตัวเลขต่าง ๆ แล้วรู้เลยว่าแก้ไขยากมากแน่นอน 7.ต้องหาเงินกู้จำนวนมาก เฉพาะหน้าต้องกู้อย่างน้อย 200,000 ล้านบาท มาเสริมสภาพคล่อง 8.การจัดเก็บรายได้ จะขาดเป้าหมายอย่างน้อย 400,000 ล้านบาท และ9.นายปรีดีฯ ถูกภาคเอกชนกดดันเพราะคาดหวังในการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจมาก




ดังนั้นด้วยเหตุผลทั้ง 9 ข้อนี้ จึงอาจจะทำให้นายปรีดีฯ ทนต่อแรงกดดันไม่ไหว จนต้องชิงลาออกตั้งแต่เนินๆ ก่อนที่จะสายเกินแก้.

ข่าวล่าสุด