สำหรับ 5 แบรนด์ดังระดับโลกมีจุดเด่น ดังนี้ครัวจากประเทศอิตาลี วาลคูซีเน่ (Valcucine) : แบรนด์เครื่องครัวที่มีการผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และงานดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นชัดเจนเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวดีเยี่ยม จนได้ชื่อว่าเป็นมาสเตอร์กลาส (Master of Glass) แบรนด์ซีซาร์ (Cesar) : โดดเด่นในเรื่องของงานดีไซน์ การันตีด้วยรางวัลด้านคอนเซ็ปต์ และการดีไซน์มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องความประณีตทุกกระบวนการผลิตชุดครัวอีกด้วย
ชไนเดโร่ (Snaidero) : แบรนด์ชุดครัวทุกสไตล์มีให้เลือกอย่างครอบคลุม ตอบโจทย์ทุกความต้องการทุกกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอนด์ โดยดึงเอาดีไซเนอร์ชื่อดังมาร่วมออกแบบแต่ละคอลเลกชั่น เช่น Pininfarina ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ผู้ออกแบบรถยนต์เฟอร์รารี เป็นต้น
ต่อมาครัวจากประเทศเยอรมนีแฮคเกอร์ (Hcker) : แบรนด์เครื่องครัวระดับโลกสัญชาติเยอรมัน ที่คัดสรรวัสดุคุณภาพเป็นเลิศ ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย จนได้รับตราประทับรับรองจาก Puresist Water Protection System ว่าเป็นตู้ครัวที่ป้องกันความชื้นได้ในทุกส่วน รวมทั้งมีหน้าบานให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทุก Mood & Tone สีของแต่ละบ้าน จึงทำให้มีชื่อเสียงในระดับโลก และยังได้รับความไว้วางใจจากหลายโครงการระดับ ลักซ์ชัวรี จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ด้วยเหตุนี้เองล่าสุดแฮคเกอร์จึงได้มีการจัดสรรพื้นที่แยกโชว์รูมสำหรับแฮคเกอร์ไว้อย่างชัดเจน เป็นการต่อยอดตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ที่น่าจับตามอง
ครัวจากประเทศญี่ปุ่นคลีนอัพ (Cleanup) : ครัวสเตนเลสสตีลอันดับหนึ่ง จากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยวัตกรรมโครงสร้างทั้งหมดผลิตจากสเตนเลสสตีล ผนวกกับเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ทำให้ชุดครัวมีความคงทนสูงสุด โดยมีอายุการใช้งานเฉลี่ยถึง 30 ปี และเป็นชุดครัวที่มีฟังก์ชั่นตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังทำความความสะอาดได้อย่างง่ายดาย
นายกิตติ กล่าวถึงภาพรวมตลาดชุดครัวในประเทศไทยว่ามีมูลค่าประมาณการ 10,000 ล้านบาท โดยบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10 % ซึ่งที่ผ่านมา RCD ได้จับกลุ่มลูกค้าในตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และกลุ่มลูกค้ารีเทลเป็นกลุ่มเป้าหมายรอง ซึ่งปีนี้เราได้ตั้งเป้าในลักษณะการพยุงสถานการณ์ ให้ยอดขายใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับแผนระยะยาว 5 ปีข้างหน้า บริษัทฯ จะมุ่งขยายตลาดในกลุ่มกลางและบนให้กว้างขึ้น ด้วยการเพิ่มไลน์สินค้าให้มีความหลากหลาย และตอบโจทย์เรื่องราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อทำตลาดในส่วนนี้"