แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (31 ส.ค 4 ก.ย. 63)
ราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวในระดับสูง โดยตลาดกังวลความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้นในแถบแคริบเบียนและอ่าวเม็กซิโก ที่กระทบต่อแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ราวร้อยละ 17 ของกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั้งหมดของประเทศ ต้องหยุดดำเนินการผลิต อย่างไรก็ตาม จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติบนฝั่งสหรัฐฯ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ประกอบกับการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร อาจส่งผลให้ปริมาณอุปทานส่วนเกินในตลาดเพิ่มมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
1.ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังพายุเฮอริเคนมาร์โคและพายุโซนร้อนลอร่าเข้ากระหน่ำแถบแคริบเบียนและอ่าวเม็กซิโกตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. ทำให้เกิดความเสียหายในพื้นที่แถบนั้น ส่งผลให้บริษัทผลิตน้ำมันดิบต้องอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน 310 แท่นจากทั้งหมด 643 แท่นในบริเวณดังกล่าว คาดว่าการผลิตน้ำมันดิบต้องหยุดชะงักราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 84 ของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบบริเวณอ่าวเม็กซิโก หรือราวร้อยละ 17 ของกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั้งหมดของสหรัฐฯ นอกจากนั้นโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งต้องหยุดดำเนินการผลิต โดยคาดว่ามีการหยุดดำเนินการผลิตราว 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งตกราวร้อยละ 15 ของกำลังการกลั่นทั้งหมดของสหรัฐฯ