(31 สิงหาคม 2563) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 พร้อมคณะ ได้ส่งมอบรายงานผลการศึกษาต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยรายงานการศึกษาของ กมธ. แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นรายงานเฉพาะของคณะกมธ.ชุดใหญ่ ส่วนที่ 2 เป็นรายงานของคณะอนุ กมธ. 2 คณะ และส่วนที่ 3 เป็นการสรุปย่อความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงนักศึกษา
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า รายงานของกมธ. เป็นการศึกษาเชิงวิชาการ ที่ได้รวบรวมความคิดเห็นทั้ง 2 ด้าน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ที่จะร่างนำไปศึกษา ส่วนผู้ที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะนำข้อมูลผลการศึกษาไปพิจารณาประกอบหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่มีบทบังคับ แต่หากนำข้อมูลไปศึกษาก็จะได้ข้อมูลที่เป็นกลาง เพราะในรายงานมีเหตุผลไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนโครงสร้างสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในกมธ.ไม่ได้มีการศึกษา แต่ได้แนบรายละเอียดของโครงสร้างที่เสนอทั้งจากภาคส่วนต่างๆ
ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ. วิเคราะห์ศึกษาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกล่าวว่า รายงานฉบับนี้มีการศึกษาอย่างละเอียด ซึ่งหวังว่า สสร. ที่จะเกิดขึ้นจะนำผลการศึกษาในรายงานนี้มาพิจารณา ซึ่งมีบางประเด็นในรายงานฉบับนี้ หากผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมสภาฯ แล้ว ก็สามารถนำมาดำเนินการต่อได้ทันที
นอกจากนี้ มีการศึกษาหมวด 15 เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และวิธีตั้ง สสร. และมีรายงานร่างแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เสนอโดยกมธ.บางคน และมีผลศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ ยอมรับมีประเด็นแก้ไขจำนวนมาก และจะมีการดำเนินการเรื่องนี้ หลังรายงานต่อสภาฯแล้วเสร็จ โดยรายงานผลการศึกษาจะเผยแพร่ในเว็บไซด์ของ กมธ. วันนี้ (31ส.ค.) และหวังว่า สสร. ที่จะเกิดขึ้นจะนำรายงานผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์
ด้าน นายชวน กล่าวว่า วาระการประชุมสภาฯ ในวันที่ 9 ก.ย. นี้ จะเป็นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งรายงานผลการศึกษาของ กมธ.ชุดนี้ จะนำเข้าบรรจุในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 10 ก.ย. ส่วนการพิจารณาจะเป็นไปตามลำดับวาระการประชุม แต่หากสมาชิกเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องนำขึ้นมาพิจารณาก่อน ก็สามารถเสนอในที่ประชุมสภาฯ เพื่อขอมติเลื่อนวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนได้ หากการพิจารณาในวันดังกล่าวไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถเพิ่มวันการประชุมสภาฯ ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ เพื่อพิจารณาวาระนี้ต่อได้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้อภิปรายในวาระนี้เป็นจำนวนมาก
นายโภคิน พลกุล กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า หลังจากที่ สสร. เดินหน้ายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภายังมีช่วงเวลาที่จะปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดความเหมาะสมสมบูรณ์ต่อไป โดยขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจและเดินตามโรดแมปนี้ด้วยกันส่วนข้อเรียกร้องปิดสวิตช์ ส.ว. นั้น เป็นความเห็นที่หลากหลาย ส่วนจะทำได้หรือไม่อยู่ที่ระยะเวลาและความเห็นพ้องต้องกันของสังคม และเห็นว่าควรดำเนินการทีละประเด็น
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า จุดยืนการมี สสร.ที่มาจากประชาชน และมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ประชาชนตัดสินและเขียนกติกาใหม่ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของสังคม หลังเกิดความแตกแยกและปัญหาการเมืองมานานกว่า 15 ปี และจบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะอยากเห็นการเดินหน้าด้วยสันติวิธีก่อน หากสสร. ร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร ทุกคนจะต้องยอมรับ แม้ว่าจะมีเนื้อหาเหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือปี 2540