(29 สิงหาคม 2563) คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ครช. ได้จัดเสวนาในหัวข้อ "ผ่าทางตัน รัฐธรรมนูญไทย ไม่แก้ไข...เขียนใหม่เท่านั้น" ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ
โดยนายสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญในหลายประเทศมีหลักการพื้นฐานเป็นที่ยอมรับ แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกคัดค้านตั้งแต่ก่อนประกาศใช้ ฉายารัฐธรรมนูญปราบโกง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำ 2 อย่าง คือ 1.ทำให้ความวิปริตผิดเพี้ยนกลายเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่นกรรมการเลือก ส.ว. ผลัดกันเลือกตัวเองไปเป็น ส.ว. ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึง ป.ป.ช. กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ
2.รัฐธรรมนูญนี้ไม่ยอมหรือขัดฝืนต่อความเปลี่ยนแปลง ถ้าต้องการแก้ไขแทบไม่เปิดช่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหัวใจของรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ในโลก ระบบต้องเปิดโอกาสให้แก้ไขง่ายพอสมควรถ้ามีปัญหา รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกายังแก้ไข 20 กว่าครั้ง รัฐธรรมนูญปัจจุบันเปลี่ยนแปลงยากมาก มีกับดักหลุมพรางเต็มไปหมด จาก ส.ว. ผ่านไปอาจเจอศาลรัฐธรรมนูญ กินเวลาแน่นอน ดังนั้น ต้องตั้งฉายารัฐธรรมนูญนี้ว่ากำลังทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
ส่วนข้อสังเกตการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคณะประชาชนปลดแอกว่า 1.ข้อเรียกร้องหยุดคุกคามประชาชนและการไม่เอารัฐประหารนั้น เห็นได้ชัดการคุกคามยังมีอยู่ รัฐประหารจะมีหรือไม่ไม่รู้ กระบวนการเคลื่อนไหวต้องเตรียมรับมือ อย่างการที่นักเรียนควรไปหน้ากระทรวงศึกษาธิการ หากมีการคุกคาม การหยุดเรียนเพื่อรักษาสวัสดิภาพของนักเรียนเป็นสิ่งพึงกระทำ และลองเสนอมาตรการตอบโต้การรัฐประหาร เพราะการเผชิญหน้าระบอบอำนาจนิยมต้องมีตระเตรียม การใช้ความรุนแรงสู้รัฐไม่ได้
นอกจากนี้ 2.คงเคยได้ยินคำว่าสงครามครั้งสุดท้าย ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลาออกเรื่องไม่จบ ออกไปทั้งรัฐบาลไม่จบ แต่จะขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จังหวะที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่การโค่นล้มรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ต้องจำแนกเป้าหมายระยะสั้นระยะยาว ทั้งการต่อสู้เชิงโครงสร้างอำนาจและวัฒนธรรม ไม่มีสงครามครั้งสุดท้าย
นายสมชาย กล่าวต่อว่า 3.ต้องแยกมิตรแยกฝ่ายตรงกันข้าม เห็นคนจำนวนไม่น้อยที่ยืนตรงข้ามประชาธิปไตย หันกลับมามีจุดยืนประชาธิปไตย นี่คือความสำเร็จของความเคลื่อนไหว การขยายแนวร่วมโดดเดี่ยวเผด็จการเป็นเรื่องจำเป็น การแยกกันเดินตีกันเองอย่าให้เกิด รายละเอียดต่างกันได้ต้องจำแนกให้ได้ พวกชัยชนะเสียงข้างน้อยอยู่ได้ยาวนาน เพราะเหนียวแน่นผิดถูกกอดกันไว้ก่อน กลุ่มเสียงข้างมากอาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และ 4. ข้อเรียกร้อง จุดยืน และความฝัน ของคณะประชาชนปลดแอกเป็นฉันทามติโดยนัย คือธงนำที่ต้องแบกไปให้ถึงฝั่ง
ส่วนแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น กระบวนการนี้ใช้เวลาแน่นอน เกินปี 2 ปี และสุดท้ายต้องกลับไปลงประชามติ ผลก็อาจเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง แนวทางที่สองแก้ไขรายมาตรา อาจพุ่งเป้าสำคัญในประเด็นที่ไม่ต้องทำประชามติ เช่นเรื่อง ส.ว. ที่ถูกพุ่งเป้า ระบบเลือกตั้งที่พิศวง ความเห็นขัดแย้งในการแก้ไขไม่ใช่เรื่องแปลก รัฐธรรมนูญตั้งใจร่างไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
"การเคลื่อนไหวล่าลายชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์ สามารถระดมชื่อได้มากในเวลาอันสั้น สะท้อนความไม่พอใจของสังคม ถ้าเราได้รายชื่อเป็นแสนยิ่งดี มีส่วนกดดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ที่เราขยับมาได้จนถึงขณะนี้เพราะการเมืองนอกสภาฯ มีความสำคัญ เราจะรักษาให้หนักแน่นกว้างขวางมากขึ้นอย่างไร ให้รัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้" นายมชาย กล่าว