นายวันชัย กล่าวว่า "อัคคีปราการ" เป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากกรมโรงงานอุตสาห กรรม ในการบริหารศูนย์บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม (เตาเผาขยะอุตสาหกรรม) โดยการเผาที่อุณหภูมิสูงด้วยการเผาขยะอุตสาหกรรมแบบหมุน (Rotary Kiln) เตาเผาขยะอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นเตาเผาแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยที่สามารถกำจัดของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม สามารถทำลายได้ทั้งของเสียจากสารอินทรีย์ ที่เป็นของเหลวของเสียประเภทกากตะกอน (Sludge) ที่สูบถ่ายได้และสูบถ่ายไม่ได้ ก๊าซและของแข็งรวมทั้งขยะติดเชื้อที่เกิดจากโรงพยาบาล
"โครงการนี้ใช้งบลงทุนสูงถึง 1,500 ล้านบาท เนื่องจากกระบวนการเผาต้องควบคุมมาตรฐานในทุกขั้นตอนจนไม่เหลือมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานให้เป็นผู้บริหารโครงการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 20 ปี สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2571 และสามารถต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 10 ปี"
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการเผาทำลาย 250 ตันต่อวัน สิ่งที่เผามีทั้งของแข็งและของเหลว หรือเป็นแก๊ส ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเผาทำลาย 2 สารที่ถูกแบน คือ "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส" จะต้องขอคุยรายละเอียดกับผู้ประ กอบการอีกครั้งว่าของที่จะทำลายมีปริมาณเท่าไร ก่อนหน้านี้มีคนเข้าใจผิดว่าบริษัทคิดค่าทำลายที่ตันละ 3 แสนบาท ซึ่งในข้อเท็จจริงของการหารือเบื้องต้นกับหน่วยงานรัฐซึ่งไม่มีความพร้อมด้านรถขนส่งที่จะขนสินค้า (2 สารที่ถูกแบน) มาส่งถึงโรงงาน บริษัทต้องมีทีมงานไปดำเนินการจัดหาคลังสินค้าในการเก็บรวบรวมจากแต่ละภูมิภาค รับสินค้าเอง และบริหารจัดการเองทั้งหมด ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการบริหารทั้งบุคลากร ทั้งจากคลังสินค้าทั่วประเทศ ที่คุยกันประมาณ 1 แสนบาทต่อตัน หรือ 100 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้นเอง ไม่ใช่ 3 แสนบาทต่อตันอย่างวิพากษ์วิจารณ์กัน