เนชั่นทีวี

ข่าว

"สันติ"ยันเรือดำน้ำอนุมัติเป็นกม.ตั้งแต่ปี63ย้ำถอนไม่ได้

26 ส.ค. 2563 | chairat_pat

"สันติ"ยันเรือดำน้ำอนุมัติเป็นกม.ตั้งแต่ปี63ย้ำถอนไม่ได้

"สันติ พร้อมพัฒน์" รับยังไม่เคาะจัดซื้อเรือดำน้ำวันนี้ ให้เวลาทุกฝ่ายเตรียมหารือให้รอบคอบที่สุด ย้ำยกเลิกจัดซื้อไปไม่ได้ เหตุผ่านเป็นกฏหมายแล้วตั้งแต่ปี 2563 ชี้หากเลื่อนต้องปรึกษาทีมกฎหมายก่อน ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง เชื่อปชป.คิดโหวตคว่ำก็ต้องมาคุยกันก่อน

(26 สิงหาคม 2563) นายสันติ พร้อมพัฒน์รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพิจารณาร่างพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาเรื่องจัดซื้อเรือดำน้ำว่า วันนี้ (26ส.ค.) อนุกมธ.ทั้ง 8 คณะ กำลังทยอยชี้แจงสรุป ที่ได้ไปตรวจสอบแต่ละด้าน คาดว่าวันนี้จะยังไม่สามารถชี้แจงเสร็จทุกอนุกมธ. ในเรื่องของเรือดำน้ำ คณะใหญ่ ก็จะต้องมีการปรึกษา รวมถึงให้กองทัพเรือเข้ามาชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน อีกทั้ง ต้องให้บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านได้มีการปรึกษาหารือ ว่าจะมีแนวทางอย่างไร

ทั้งนี้ ตนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับทั้งสองฝ่ายก็มีความเห็นด้วยกับการที่ กองทัพเรือจะมีเรือดำน้ำ อีก 2 ลำ แต่ขณะนี้มีวิกฤตในเรื่องของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอลง จึงจะต้องมีการให้กองทัพเรือไปพิจารณาพูดคุยว่า จะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากเรือดำน้ำชุดนี้ ได้ผ่านการอนุมัติออกมาเป็นกฎหมายในปี 2563 ไปแล้ว ซึ่งจะต้องดูว่าจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนนั้น กมธ.ชุดใหญ่ทุกคนก็น้อมรับ ถึงต้องให้ทุกภาคส่วนไปพูดคุย เพื่อตกผลึกก่อนที่จะนำเข้ามาให้กมธ.คณะใหญ่ ได้รับฟังอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยที่ประชุมจะตกลงอีกทีว่า จะกลับมาหารือในประเด็นนี้วันไหน

"ความจำเป็นในการที่จะต้องมีเรือดำน้ำ ซึ่งในครั้งนี้ทางประเทศจีนได้มีการออกแบบเป็นพิเศษ ให้สามารถปฏิบัติการได้ทั้งในน้ำตื้นและน้ำลึก และเมื่อพูดถึงความคุ้มค่านั้น การที่น่านน้ำไทยมีเรือดำน้ำ 3 ลำก็ถือว่าเป็นการประหยัดที่สุดแล้ว ซึ่งกว่าจะจัดหาได้ก็ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีโดยต้องมองถึงความมั่นคงในหลายๆด้าน ทั้งกองทัพ และเศรษฐกิจ" นายสันติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า แนวทางความเป็นไปได้ในการที่จะชะลอการจัดซื้อมีมากกว่าการยกเลิกการจัดซื้อใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เรื่องของการยกเลิกนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากการอนุมัติการจัดซื้อเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำนี้ ได้ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไปแล้ว ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสภาฯได้อนุมัติให้ทั้งเงินและอำนาจไปดำเนินการ แต่ด้วยความกรุณาและความเสียสละ ของกองทัพเรือ โยกงบประมาณส่งกลับมาเพื่อช่วยเหลือสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น ขอย้ำว่าในเรื่องของกฎหมายทุกอย่างได้จบสิ้นไปแล้ว

นายสันติ กล่าวต่อว่า เรื่องการเลื่อนการพิจารณาไปของแต่ละอนุกมธ.ก็เพื่อเป็นไปตามความรอบคอบของทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่ดูแลความมั่นคง ไปจนถึงส่วนที่ดูแลเรื่องของเศรษฐกิจ ตนในฐานะประธาน ก็จะต้องดูให้เกิดความรอบคอบให้มากที่สุด ส่วนสุดท้ายจะต้องมีการโหวตกันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะมีทางออกอย่างไร

หากมีการเลื่อนการจัดซื้อออกไปจะใช้เวลานานไปอีกเท่าไหร่ นายสันติ ระบุว่า ตามกฎหมายพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 อนุมัติการจัดซื้อไปแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับทางกองทัพเรือที่จะจัดเวลาไปเซ็นสัญญา ซึ่งความจริงก็จะต้องเซ็นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ติดปัญหาจากสภาวะโควิด-19 จึงได้โอนงบคืนมา และตนทราบว่าในช่วงเดือนก.ย. ก็จะต้องไปทำสัญญากัน ซึ่งหากว่าจะมีแนวทางที่จะเลื่อนออกไปนั้น ก็จะต้องให้นักกฎหมายศึกษาก่อนว่าจะทำอะไรได้อย่างไรหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากเลื่อนการจัดซื้อออกไปวงเงินงบประมาณตรงนี้จะสามารถโยกไปใช้ในส่วนอื่นได้อีกหรือไม่นั้น ก็ต้องดูข้อกฎหมาย และการพิจารณาในชั้นกมธ.ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ย้ำว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินตามกฎหมายที่ได้อนุมัติไปแล้วในปี 63 เมื่อเป็นกฎหมายแล้วการจะโยก หรือจะทำอย่างไรในเงินจำนวนนี้ จะต้องไปดูกฎหมายให้รอบคอบ

นายสันติ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่โหวตคว่ำปมจัดซื้อเรือดำน้ำตามที่แถลงก่อนหน้านี้ เพราะตนเชื่อว่าคงต้องมองถึงเหตุผลของบ้านเมืองเป็นหลัก รวมถึงต้องอยู่บนเหตุและผล หากสุดท้ายจะต้องมีการลงมติ ยอมรับว่าอาจจะต้องมีการคุยกันก่อน

ข่าวล่าสุด