เนชั่นทีวี

ข่าว

แจงเทศกิจเก็บ 200 เป็นค่าปรับไม่ใช่ค่าจอดรถขายผลไม้

25 ส.ค. 2563 | jitima_chum

แจงเทศกิจเก็บ 200 เป็นค่าปรับไม่ใช่ค่าจอดรถขายผลไม้

นายกเล็กเมืองบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบและชี้แจงกรณีสาวโพสต์ ถูกพ่อค้าขายผลไม้ไล่ไม่ให้จอดอ้างจ่ายเงินให้เทศกิจ 200 สำหรับจอดรถขายผลไม้ ว่าเป็นค่าเปรียบเทียบปรับไม่ใช่เก็บค่าจอดรถขายผลไม้

(25 ส.ค.63) จากกรณีมีผู้โพสต์ คลิปในโลกโซเชียล พร้อมเขียนข้อความ ระบุว่า "รถคันที่มีกล้องจะจอดรถเพื่อจะลงไปส่งพัสดุกับ Flash Express บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่พ่อค้าแม่ค้าขายผลไม้มาไล่ไม่ยอมให้จอด โดยอ้างว่าที่ตรงนี้ตนเองจ่ายเงินให้กับเทศกิจวันละ 200 บาทแล้ว จึงสามารถจอดขายของได้  เหตุเกิดที่บริเวณ ถ.สุนทรเทพ จ.บุรีรัมย์" ซึ่งหลังจากมีการโพสต์ ได้มีคนเข้าได้แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก  





แจงเทศกิจเก็บ 200 เป็นค่าปรับไม่ใช่ค่าจอดรถขายผลไม้







ล่าสุด วันนี้ นายกมล เรืองสุขศรีวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายธนานันต์ เภาโพนงาม หัวหน้างานเทศกิจ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่มีการโพสต์ บริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมสอบถามข้อเท็จจริง ได้ความว่า จากคลิปดังกล่าว เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนนิวาศ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้มีรถยนต์กระบะ เร่ขายผลไม้ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ มาจอดอยู่ริมฟุตบาธ เพื่อมารับผลไม้จากร้าน เจ๊พลอย ถ.นิวาศ ไปตระเวนเร่ขายในเขตเทศบาล แต่ระหว่างที่จอดขายและรอรับผลไม้ไปขาย ได้มีรถเก๋งของผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ขับมาจอดต่อท้ายรถขายผลไม้   ต่อมา เวลาผ่านไปสักพัก พ่อค้าขายผลไม้ได้เดินมาหาเคาะประตูรถ พร้อมกับบอกหญิงสาวให้ไปจอดรถข้างหน้ามีที่ว่าง โดยอ้างว่า จ่ายเงินเป็นค่าจอดขายผลไม้ริมถนนให้กับเทศกิจ 200 บาทแล้ว



แจงเทศกิจเก็บ 200 เป็นค่าปรับไม่ใช่ค่าจอดรถขายผลไม้







โดยข้อเท็จจริง กรณีที่อ้างว่า เทศกิจเก็บเงินเป็นค่าจอดรถขายผลไม้ 200 บาท นั้น เป็นการเปรียบเทียบปรับ พ่อค้าขายผลไม้รถเร่ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนปลัดเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีความผิดขายหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งบรรทุกบนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนถนนหรือในสวนสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 20 (3) ซึ่งเปรียบเทียบเสียค่าปรับเป็นเงิน 200 บาท ตามกฎหมาย มีบันทึกการเปรียบเทียบ บันทึกถ้อยคำ และใบเสร็จรับเงิน เป็นหลักฐาน ไม่ใช่เป็นการเก็บเพื่อให้จอดรถขายผลไม้ ตามที่พ่อค้ากล่าวอ้างแต่อย่างใด เป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของพ่อค้า และมีการสื่อสารกันไม่ตรงตามข้อเท็จจริง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น




แจงเทศกิจเก็บ 200 เป็นค่าปรับไม่ใช่ค่าจอดรถขายผลไม้







นายกมล เรืองสุขศรีวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ กล่าวในเรื่องนี้ว่า บนถนนเทศบาลห้ามจอดขายของ ทางเทศกิจจึงได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 200 บาท ตามกฎหมาย แต่พ่อค้าอ้างว่า การเสียค่าปรับเป็นการอนุญาตให้ขายของบนถนนได้ ซึ่งเป็นการเข้าใจที่ผิดและคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งทางเทศกิจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองบุรีรัมย์ ต้องร่วมมือกันในการจัดระเบียบการจราจร เนื่องจากทุกวันนี้รถที่สัญจรในจังหวัดเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้าและเย็น ทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจให้ดูแลเรื่องการจอดรถภายในเขตเทศบาล เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมาย  




แจงเทศกิจเก็บ 200 เป็นค่าปรับไม่ใช่ค่าจอดรถขายผลไม้







ส่วนการจอดรถขายของบนถนน นั้น ห้ามไม่ให้มีการจอดขายทั้งหมด แต่ระหว่างนี้มีการระบาดของโรคโควิด-19 ทางเทศบาลได้อนุญาต และผ่อนผันให้ประชาชนได้ทำมาหากิน จึงได้มีการอนุญาตให้ขายของได้ แต่อย่าให้มีกีดขวางทางจราจร ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจตราอย่างเข้มงวดด้วย