(24 สิงหาคม 2563) นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 22 ส.ค. โดยสำนักประชาสัมพันธ์ สภาผู้แทนราษฎร ได้นำโครงการรัฐสภาสัญจรไปจัดที่โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว จ.นครพนม โดยจัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ "เยาวชนกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง" ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่เป็นคณะกรรมการนักเรียน กว่า 20 โรงเรียน จำนวน200 คนเศษ ซึ่งวิทยากร เป็น ส.ส.นครพนม ทั้ง 4 เขต คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานสภาฯ คนที่ 2 นายไพจิต ศรีวรขาน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ และนางมนพร เจริญศรี
โดยนายศุภชัย ทำหน้าที่ประธานเปิดการเสวนาและบรรยายพิเศษช่วงเปิดโอกาสให้ซักถามมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งถามว่า ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีเงินจะใช้ในการบริหารประเทศ ทราบจากข่าวล่าสุดว่า รัฐบาลจำเป็นต้องไปกู้เงินมาใช้อีกกว่า 2 แสนล้านบาท จากเดิมที่รัฐบาลนี้ไปกู้มาแล้วมากมายมหาศาลใช้เวลาเกือบ 100 ปีถึงจะใช้หมดนั่นในส่วนของรัฐบาล
"ในส่วนของพวกหนู ครอบครัวหนู รายได้พ่อ แม่ ครอบครัวของหนูลดลง มีแต่หนี้สิน ไม่มีเงินจะใช้จ่าย ไม่มีเงินจะเรียน ขอถามว่า ลำบากกันทั้งรัฐบาล ลำบากกันทั้งประชาชน ทำไมรัฐบาลจึงจะเอาเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดไปซื้อเรือดำน้ำ ทำไมไม่ช่วยเหลือประชาชนก่อน" นายชวลิต ระบุ
ทั้งนี้ ส่วนตัวได้ให้ นางมนพร ซึ่งเป็น กมธ.งบประมาณปีนี้ เป็นผู้ตอบคำถาม โดยสรุปว่า อนุ กมธ.ซึ่งมาจากซีกฝ่ายค้าน ได้ช่วยกันอภิปรายคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำกันอย่างเต็มกำลังแล้ว เพื่อให้นำงบก้อนนี้มาดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะหน้าก่อน ครั้นถึงเวลาลงมติคะแนนเสียงอนุ กมธ.เท่ากัน. 4 : 4แต่ประธานอนุ กมธ.เป็นของรัฐบาลได้ลงคะแนนอีก 1 เสียง เป็น 5 : 4เห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย
"แต่ กมธ.ซีกฝ่ายค้านยังไม่ถอดใจ จะสู้ต่อใน ห้องประชุมใหญ่ในคณะ กมธ.งบประมาณ และ ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในชั้นการพิจารณา วาระ 2 และ 3 ต่อไปส่วนผมได้ช่วยตอบปัญหานี้ในภาพรวมว่า 80 กว่าปีประชาธิปไตย ประเทศไทยมีการรัฐประหารติดอันดับโลก ถึง 13 ครั้ง กบฎ 11 ครั้ง ถ้าการรัฐประหารดีจริง ประเทศไทยคงเป็นมหาอำนาจของโลกไปแล้ว ประชาชนคงไม่ลำบากยากแค้นเช่นทุกวันนี้" นายชวลิต กล่าว