ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล ผู้สูงอายุที่หวาดกลัวถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อได้ออกจากบ้านที่น้ำท่วมสูง เช่นเดียวกับครอบครัว นางละมัย บุญแอ อายุ 59 ปี ที่ อาสาสมัครกู้ภัยต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยพร้อมสุนัข 1 ตัวที่หนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาออกมาอย่างปลอดภัย พร้อมกล่าวว่า น้ำป่ามาไวจนเก็บข้าวของไม่ทัน จมและลอยไปกับน้ำป่าต่อหน้าต่อหน้า สามีคือนายบุญเรือน บุญแอ อายุ 65 ปี ต้องพาสุนัขหนีน้ำไปอยู่บนหลังคา ซึ่งน้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงที่สุดและเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมารอบ 50 ปี
นางสมควร เล็กอุ่น กล่าวว่า ตนและสามีลอยคอออกจากฟาร์มหมู ที่อยู่ท้ายหมู่บ้านนาน้อย หมู่ 10 ต.หาดงิ้ว อ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อออกมาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากน้ำป่าละทักเข้าท่วมฟาร์มหมู 3 โรงเรือน จำนวนกว่า 1,500 ตัว ขนาดน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม และมีคนงานอีก 4 คนที่ยังติดในฟาร์ม ต้องใช้เรือขนอย่างเดียว เนื่องจากรถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงออกมาขอความช่วยเหลือ จาก อาสาสมัครกู้ภัยวัดหมอนไม้ นำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยขนหมูออกจากฟาร์ม
ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ (ปภ.อุตรดิตถ์) ประสานกำลังทหารลงพื้นที่ประสบอุทกภัย เบื้องต้นน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน อ.ท่าปลา 5 ตำบล และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ 2 ตำบล ประชาชนนับ 1,000 ครอบครัว เน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เนื่องจากหวั่นซ้ำซอยดินโคลนถล่มจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี 2549 และยังแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังไปจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม ที่ฝนยังคงตกหนัก