โดยแม่ของเด็กนักเรียนหญิงวัย 11 ปี กล่าวว่า ขณะนี้สภาพจิตใจลูกสาวก็ดีขึ้นมาบ้างแล้ว ต่างจากเกิดเหตุใหม่ๆซึ่งมีอาการซึมเศร้าและร้องไห้ทุกวัน จนต้องพาตัวออกนอกพื้นที่ แต่ก็ยังมีความกลัวไม่กล้าที่จะไปโรงเรียนอยู่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะ แต่ตนและครอบครัวก็ยังคอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด และให้กำลังใจลูก ขณะที่สภาพจิตใจของตนและสามี ในฐานะหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กนั้น ยังรู้สึกเจ็บปวดและบอบช้ำเป็นอย่างมาก กับการกระทำของครูคนดังกล่าว ทั้งนี้ในส่วนการดำเนินคดีอาญาและเรื่องวินัย ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งตนยืนยันว่าต้องการให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุด
ด้านนายเพิ่มพูน พงษ์พวงเพชร ศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้นำเจ้าหน้าที่และนักจิตวิทยาเข้ามาให้กำลังใจและดูแลสภาพจิตใจเด็กอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ทางสพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ได้เข้ามาดูแลเป็นการเบื้องต้นแล้ว ซึ่งล่าสุดเท่าที่มีการพูดคุยเด็กยังไม่กล้าที่จะไปโรงเรียน ดังนั้นจึงกำชับให้ผู้อำนวยการและครูนำอุปกรณ์การเรียนมาเรียนที่บ้านไปก่อนจนกว่าสภาพจิตใจจะพร้อม และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และทางครูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ส่วนครูประจำชั้นที่ถูกกล่าวหานั้นได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งหากมีความผิดจริงจะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะที่ในส่วนของความผิดทางอาญานั้น จะได้ประสานทางยุติธรรมจังหวัดและอัยการจังหวัด ดำเนินการต่อไป