ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "โครงการมิวนีคสุขุมวิท 23 เป็นแบรนด์ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมในปัจจุบันโดยเน้นกลุ่มที่รักการใช้ชีวิตในเมือง เนื่องจากที่ตั้งโครงการฯอยู่ในย่านที่ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจอย่างแท้จริง เป็นแหล่งความเจริญและเป็นไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯฯ เดินทางสะดวกด้วย BTS และ MRTในระยะเดินได้ จึงเดินทางสะดวกทั้งด้วยรถยนต์ส่วนตัว และขนส่งสาธารณะซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดแข็งของโครงการที่เรามั่นใจว่าสามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแน่นอน"
โครงการ มิวนีค สุขุมวิท 23ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 23มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1-1-35ไร่ สูง 36 ชั้น จำนวน 201 ยูนิตมีห้องชุด 2 รูปแบบโดยเป็นห้องชุดขนาดเริ่มต้น และห้องชุดแบบ The collection หรือที่เรียกว่า "มินิเพ้นท์เฮ้าส์" ที่มีเพียง 12ยูนิต ของทั้งโครงการ ขนาดใช้สอยอยู่ที่ 83.22 191.11ตร.ม. ในรูปแบบของห้องชุดซิมเพล็กซ์ (Simplex) ,ห้องชุด ดูเพล็กซ์ (Duplex)และห้องชุด ทริเพล็กซ์ (Triplex) สำหรับห้องชุดปกติขนาดเริ่มต้น 1ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 34.7443.46ตร.ม. ห้องชุด2ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอย 54.68 99.27ตร.ม.การจัดวางจำนวนห้องชุดถูกจัดสรรพื้นที่ไม่ให้หนาแน่นเกินไปมีความเป็นส่วนตัวและร่มรื่นด้วยธรรมชาติด้วยสวนสีเขียวภายในโครงการพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำลอยฟ้า จากุชชี่พื้นที่ส่วนกลาง ขณะเดียวกันยังสะดวกสบายด้วยที่จอดรถ ซึ่งมีพื้นที่สำหรับจอดทั่วไปและที่จอดรถอัตโนมัติ(Automatic Parking) โดยสามารถรองรับได้ถึง 166 คัน หรือ 82%ของจำนวนห้อง เรียกว่าตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
ผู้บริหารเมเจอร์ฯ กล่าวต่อว่า"แรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการนี้ มองว่า การใช้ชีวิตเหมือนศิลปะอย่างหนึ่งต้องมีความสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว คือ มีศิลปะในการใช้ชีวิตมีความรับผิดชอบในการทำงานและรู้จักหาความสุขให้กับตนเอง เรียกว่าสมดุลทั้งชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และครอบครัว โดยกลุ่มเป้าหมายวางไว้ชัดเจน คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างฐานะและความมั่นคงในการทำงาน ช่วงอายุประมาณ 20 ปลายไปจนถึง 30 ต้นมีไลฟสไตล์ที่ทันสมัย อยากเป็นเจ้าของธุรกิจภูมิใจกับการทำอะไรด้วยตนเอง สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆต้องการที่พักอาศัยที่จะสามารถสามารถสะท้อนไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ภายหลังโครงการสร้างเสร็จราคาห้องชุดปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่
เริ่มต้น 250,000 บาท/ ตร.ม. จากช่วงพรีเซลล์ 220,000 บาท/ ตร.ม.ในปลายปี 2559 เชื่อว่าทำเลนี้ยังมีศักยภาพในการลงทุนอย่างต่อเนื่องและยังคงเป็นที่ต้องการของชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง