"การทุจริตต่างๆโดยตัวของผมเองก็ไม่มี ก็ขอให้นำสิ่งเหล่านี้มาเปรียบเทียบ และผมก็คิดว่าสิ่งที่ทำวันนี้ ผมได้ใช้สติปัญญาของผม การรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนราชการ ภาคประชาชน แม้แต่นักเรียน นักศึกษา ผมก็รับรู้ทุกข้อเรียกร้องของพวกเขา ขอร้องอย่างเดียว ไม่อยากให้มาแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนเคารพนับถือ อย่าลืมว่าคนไทยมี 67 ล้านคน การที่มาชุมนุมอาจจะดูมากหรือน้อย แต่ผมถือว่าประชาชนส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศ ไม่ได้เห็นด้วยกับการชุมนุมดังกล่าว ก็ต้องเปรียบเทียบให้ดู" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน คนที่อาจจะเผลอไป คิดไม่ถึง คิดไม่ได้ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ของเด็กๆ ถามว่าอันตรายหรือไม่ แล้วประเทศจะมีอนาคตาแบบนี้หรือ ตนไม่ได้ขัดแย้งในเรื่องของการชุมนุม หากเป็นการชุมนุมเรียกร้องในสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือสิ่งที่ดำเนินการให้ได้ ก็พร้อมปฏิบัติตาม อะไรที่มันไม่ได้ ก็ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย อย่าเรียกว่านักศึกษาทั้งหมดหรือนักเรียนทั้งหมด มันไม่ใช่ มันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนในสังคม แต่ก็ฟังพวกเขา พยายามตอบคำถามให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองของ และประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ ตนต้องเดินหน้า ถ้าเดินหน้ารุมเร้าทั้งหมด ทุกอย่างก็จะพังไปทั้งหมด และตนก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย แต่หลายคนอาจจะคาดหวัง ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
"ผมถามว่าเขาพร้อมหรือไม่ในการที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ มันจะนำพาท่านเสื่อมลงไปทั้งหมดหรือเปล่า แล้วในวันข้างหน้าจะควบคุมกันไหวหรือไม่ ตราบใดที่ยังมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมา วันข้างหน้าก็จะมีอีกฝ่ายเกิดขึ้น แล้วดำเนินการเช่นนี้อีกเช่นกัน ผมถามว่าแล้วประเทศไทยจะอยู่อย่างไร ก็ขอให้เคารพความเป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทยด้วย เรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่คู่กับแผ่นดินเรามาหลาย 100 ปี ไม่ใช่เพิ่งมีมาเพียง 2-3 วัน เรามีมาโดยตลอดหลายรัชกาล เรามีความเป็นมา 700 กว่าปีแล้ว ทุกคนมีการเรียนรู้ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการต่อประเทศไทยตลอดเวลา"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า ขอร้องว่าอย่าลืมในสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เป็นพื้นฐานของประเทศ สิ่งที่เป็นพื้นฐานศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ สิ่งเหล่านี้จะต้องถูกทำลายหรือ ความแตกต่างของสถาบันไทยกับสถาบันต่างประเทศ ทุกประเทศมีสถาบันมาตั้งแต่ก่อตั้งประเทศทั้งสิ้น แต่สถาบันของไทยทำแบบประเทศอื่นหรือไม่ ต้องกลับไปทบทวนตรงนี้ บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจ อาจจะต้องการมากขึ้น ซึ่งคิดว่าสิ่งที่เรียกร้องบางอย่างทำไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า สมมติว่าบางประเทศมีการเรียกร้อง ว่าเมื่อจบการศึกษามาแล้ว จะต้องมีการงานเดือนละ 50,000 ดอลลาร์ จะให้ได้หรือไม่ ก็คงไม่ได้ หรือข้อเรียกร้องไม่ต้องไหว้ครู ประเทศไทยมีแบบและธรรมเนียมปฎิบัติมาอยู่ วันนี้พยายามสร้างว่า ครูเป็นลูกจ้างของเด็ก เป็นลูกจ้างของพ่อแม่ แต่วันนี้ลูกกับพ่อคิดเห็นไม่ตรงกัน ลูกประกาศตัดพ่อ แล้วจะอยู่กันอย่างนี้หรือ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศล่มสลาย จากนั้นก็จะเกิดจลาจล และสงครามกลางเมืองต่อไป ตนไม่อยากให้ไปถึงจุดดังกล่าว สื่อมวลชนต้องช่วยตรงนี้ด้วย