เนชั่นทีวี

ข่าว

นายกฯหนุนแก้รธน.แต่อย่ายุ่งกับสถาบันฯ

19 ส.ค. 2563 | chairat_pat

นายกฯหนุนแก้รธน.แต่อย่ายุ่งกับสถาบันฯ

"ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ยันไม่คิดใช้อำนาจจัดการม็อบนักศึกษา พร้อมหนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเรียกร้องที่เป็นไปได้ ขอร้องอย่าแตะต้องสถาบัน เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของชาติไทย วอนสื่อนำเสนอข่าว 2 ทาง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ

(19 สิงหาคม 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์อันเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม

โดย พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุม ว่า ช่วงเช้าได้ประชุมเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นความสำคัญลำดับแรกในขณะนี้ ขณะเดียวกัน ต้องเผชิญสถานการณ์ในช่วงโควิด-19 ที่เป็นวิกฤตทั่วประเทศ แม้แต่ประเทศอังกฤษของสื่อมวลชนที่มาถามวันนี้ (19ส.ค.) ก็มีปัญหาเหมือนกันในเรื่องเศรษฐกิจ และไทยก็มีปัญหาทางการเมืองมาด้วย แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของทั้งสองมิติให้ดีที่สุด

"ในเมื่อช่วงเช้ามีการประชุมเรื่องเศรษฐกิจไปแล้ว ตอนบ่ายได้มีการประชุมฝ่ายความมั่นคง ซึ่งไม่ได้หมายความว่า จะมีแต่ประเด็นที่มีข่าวชุมนุมในตอนนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องทำอย่างไรว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าไปได้ ป้องกันสุขภาพให้ได้ เพื่อเตรียมการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ระยะที่ 2 คือ มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 7 อะไรทำนองนี้ ซึ่งได้ถามฝ่ายความมั่นคงว่ามีความพร้อมอะไรแค่ไหนอย่างไร" นายกฯ กล่าว

ส่วนการดำเนินการกรณีผู้ชุมนุมนั้น คิดว่าเป็นหลักการประชาธิปไตยของทุกประเทศ ตนเข้าใจ หลายคนมองว่ามาอย่างไร เผด็จการอย่างไร วันนี้อย่าลืมว่ารัฐเข้ามาด้วยกระบวนการประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ ส่วนที่จะแก้อะไรก็ไปว่ากันต่อไปในอนาคต แต่ขออย่าก้าวล่วงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ซึ่งคิดว่าทุกประเทศก็คงเผชิญสถานการณ์แบบนี้มาด้วยกัน ฉะนั้น สิ่งที่กังวลในขณะนี้ หากเกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้น อาจจะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่มีก็ตาม ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากให้มองไกลไปอีกนิดนึง คือ อนาคตของทุกคนว่าอยู่ที่ไหน ที่ประเทศชาติใช่หรือไม่ ถ้าเกิดสถานการณ์บานปลายไปเรื่อยๆ และทุกคนมุ่งหวังให้เกิดความรุนแรง ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ สิ่งที่จะเกิดตามมา คือ ความไม่สงบเรียบร้อย จะกลับไปสู่สถานการณ์เดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

"วันนี้อยากให้ทุกคนมองว่าเด็กๆ เหล่านั้นคือ พลังที่บริสุทธิ์ อาจจะมีส่วนหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ส่วนหนึ่งอาจจะถูกชักนำ ฉะนั้น ขอให้ทุกคนมองถึงอนาคตเด็กๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในวันนี้ ต้องมองถึงอนาคตของเด็กในวันหน้า ผมเห็นหัวข้อเรียกร้องมีมากขึ้นเรื่อยๆ หลายข้อซึ่งมีความเป็นไปไม่ได้ แต่อาจจะทำให้เด็กมีความคาดหวังหลายเรื่อง และผมเห็นหลายสิบข้อที่ตามมา ยกเลิกการไหว้ครู ไม่ต้องเคารพครู พ่อแม่ก็ไม่ต้องเคารพ ผมถามว่าถ้าไม่ใช่ผม แล้วเป็นคนอื่นที่เข้ามา สิ่งที่มันเกิดขึ้นในลักษณะเช่นนี้ ในสถานการณ์แบบนี้ จะมีใครแก้ปัญหานี้ได้ต่อไป นั่นหมายความว่าประเทศเราก็ล่มสลาย แกนนำ หลักการต่างๆ ของประเทศชาติทั้งหมด ล้มไปทั้งหมด สถาบันครอบครัวล้ม สถาบันการศึกษา ครู ล้มหมด นี่หรือคืออนาคต" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ อยากจะขอร้องสื่อในการนำเสนอข่าว บางครั้งขอให้ดูข้อเท็จจริง ไม่ใช่พูดกันทั้งวันทั้งคืนหรือซ้ำบ่อยๆ มันทำให้รู้สึกว่ามากขึ้นหรือไม่ การมากขึ้นมันตามจำนวนอยู่แล้ว แต่การประเมินสถานการณ์จะมากหรือน้อย ตนให้ความสำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะน้อย คนเดียว สองคน สิบคน ยี่สิบคน หรือหมื่นคน ให้ความสำคัญเท่ากัน เพราะทั้งหมดคือประเทศ และการที่ไปส่งเสริมให้มีการเคลื่อนไหว ขอให้มองอีกมุมหนึ่ง ถ้าคนที่เจตนาไม่บริสุทธิ์ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้น ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ถามว่ากฎหมาย เจ้าหน้าที่ จะทำอย่างไร

"เมื่อถึงเวลานั้น เด็กเหล่านี้จะเป็นกันชนให้กับเขาหรือเปล่า นั่นคืออันตรายที่จะเกิดกับเด็ก ขอให้ทุกคนได้สำนึกเรื่องเหล่านี้ไว้ด้วย และรัฐบาลไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว จะเห็นว่าเราดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ เราไม่มีการห้ามการชุมนุม แต่ขอให้ชุมนุมโดยสันติ คำว่าสันติไม่ใช่เฉพาะแต่ในเรื่องการใช้อาวุธ หรือไม่ใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรง การกล่าวด้วยความอาฆาตมาดร้าย ด่าหยาบคาย เหล่านี้ ผมคิดว่าไม่เคยเกิดในสังคมไทย" นายกฯ ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นขอร้องสื่อช่วยกันหยุด ไม่ได้หมายความว่าหยุดให้ข่าว เพียงแต่ต้องเตือนบ้าง ไม่ใช่เสนอข่าวทางนู้นทาง ทางนี้ทาง ให้เกิดข่าวไปเรื่อยๆ เปิดเวทีให้เรื่อยๆ คิดว่าสิ่งเหล่านี้ จะทำให้บ้านเมืองสับสนอลหม่านไปทั้งหมด วันนี้ทุกประเทศทราบดีอยู่แล้วว่าไทยมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทุกประเทศ ทั้งอาเซียน ยุโรป ตะวันตก อะไรต่างๆ เห็นอยู่แล้วว่าทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ทั้งสิ้น



"ผมไม่อยากให้ใครมาใช้ประโยชน์ในช่วงนี้ ช่วงที่ประชาชนยังมีความอ่อนไหว การที่เรามาพูดถึงอนาคต คิดว่าเอาวันนี้ให้ผ่านก่อน ว่าเรา จะเดินหน้าของเราอย่างไร วันนี้ทุกคนเอาแต่ละอันมาเชื่อมโยงไปหมด ท้ายที่สุดรัฐบาลไม่ดี ผมถามว่ารัฐบาลที่ดีควรจะทำอย่างไร ท่านต้องไปหามาให้ผม อย่างข้อเรียกร้องทุกคนจบมาต้องมีงานทำ เงินเดือนๆ ละ 5 หมื่นบาท มีที่ไหนทำได้ อันที่สองผ่อนรถให้ทุกคน อันที่สามเก็บภาษีเฉพาะคนรวย สิ่งเหล่านี้มันไม่มีความเป็นไปได้ในข้อเท็จจริง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ขอฝากไปถึงบรรดาสถานศึกษา ครู อาจารย์ แม้กระทั่งนักการเมือง ที่มีความคิดต่างออกไป ซึ่งส่วนตัวเคารพความเห็นต่างอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นนายกฯสมัยไหนก็ตาม จะใช้อำนาจให้น้อยที่สุด แต่วันนี้ก็ใช้อำนาจในกรอบของการบริหารราชการแผ่นดินตามปกติ เรื่องใดก็ตามที่มีความจำเป็น ก็จะใช้ในเรื่องของการสาธารณสุข เพราะกฎหมายปกติดำเนินการไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปยกเลิกกฎหมายปกติทุกอัน สิ่งนี้ คือ สิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคนที่ตนยอมรับ แต่การที่ก้าวล่วงคนอื่นมันเหมาะสมหรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้จะเห็นได้ว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก เพราะจะต้องไปสู้ในเรื่องของเศรษฐกิจ ฉะนั้นความใกล้ชิดจึงห่างไป อาจจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัยของผู้ปกครองกับเด็ก สิ่งเหล่านี้ต้องไปดูว่ามีใครฉวยโอกาสตรงนี้หรือไม่ ฉะนั้น สื่อจะต้องเข้าไปช่วยประเทศไม่ต้องมาช่วยตน เพราะตนไปพบกับสื่อมาทุกสื่อแล้ว ไปอธิบายถึงเหตุผลและความจำเป็นในการที่ต้องทำงานในช่วงเวลานี้ เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ปลอดภัยยั่งยืน ทุกคนต้องพยายามเข้าใจกันบ้าง อย่าเสนอข่าวในแง่เดียว ให้เสนอ 2 ทาง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกเอง ซึ่งตนก็จะถือว่าไม่เหมาะสมในสถานการณ์เวลานี้ จึงขอฝากความรับผิดชอบไว้กับสื่อด้วย

จากนั้นสื่อมวลชนต่างประเทศถามว่า ที่ผ่านมานายกฯยืนยันว่ามีการรับฟังเสียงของเด็กๆมาโดยตลอด แต่บนเวทีการชุมนุมยังยืนยันว่านายกฯไม่ได้รับฟังเสียงเรียกร้องหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปสถาบัน จะสามารถตอบสนองได้มากน้อยเพียงใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ในเรื่องของสถาบัน พวกคุณต้องเข้าใจว่าสถาบันกับประเทศไทย มีความสัมพันธ์กันอย่างไร เพราะฉะนั้นจะไม่ตอบในประเด็นนี้ เพราะผมเองก็ไม่เคยไปก้าวล่วงต่างประเทศ ไม่เคยไปสนับสนุนการเมือง ที่มาเคลื่อนไหวในประเทศไทย ต่อต้านประเทศอื่นๆ ไม่เคยสนับสนุนแบบนั้น ผมต้องดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างสมดุล"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการปฏิรูปประเทศตนก็มีแผนและยุทธศาสตร์อยู่แล้วใน 6 ประเด็น ซึ่งเป็นอนาคตของเด็กๆทุกคน สำหรับการรับฟังความคิดเห็นของตน ไม่ใช่ว่าที่ตนไม่ได้ไปคือการที่ไม่ได้ฟัง ตนรับฟังจากข้อมูลในด้านต่างๆ รวมทั้งจากสื่อโซเชียล หนังสือพิมพ์ ที่มีข้อเสนอต่างๆ ออกมาจำนวนมาก ก็เป็นวิธีการการรับฟังของตนอีกทาง และตนก็ต้องหาวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม ดำเนินการอย่างไรไม่ให้เกิดการลุกลามบานปลาย

ขณะเดียวกัน ต้องเข้าใจว่าการชุมนุมทุกครั้งมีจุดมุ่งหมายด้วยกันทั้งสิ้น อาจจะทั้งดีและไม่ดีทุกคนคงทราบดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยในหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เฉพาะปีที่ตนอยู่ในรัฐบาลที่สอง เหตุการณ์เกิดขึ้นมา 10 กว่าปีที่ผ่านมา และคนที่อยู่เบื้องหลังคนเหล่านั้น ก็เคยทำความเสียหายให้กับประเทศชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด สื่อก็ต้องมองในมุมนี้ว่า ความเสียหายที่ตนทำมันมีมากน้อยเพียงใด และที่ตนเข้ามาเป็นนายกฯ หรือรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ได้ทำอะไรให้ประเทศชาติหยุดชะงักบ้างหรือเปล่า

"การทุจริตต่างๆโดยตัวของผมเองก็ไม่มี ก็ขอให้นำสิ่งเหล่านี้มาเปรียบเทียบ และผมก็คิดว่าสิ่งที่ทำวันนี้ ผมได้ใช้สติปัญญาของผม การรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนราชการ ภาคประชาชน แม้แต่นักเรียน นักศึกษา ผมก็รับรู้ทุกข้อเรียกร้องของพวกเขา ขอร้องอย่างเดียว ไม่อยากให้มาแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนเคารพนับถือ อย่าลืมว่าคนไทยมี 67 ล้านคน การที่มาชุมนุมอาจจะดูมากหรือน้อย แต่ผมถือว่าประชาชนส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศ ไม่ได้เห็นด้วยกับการชุมนุมดังกล่าว ก็ต้องเปรียบเทียบให้ดู" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน คนที่อาจจะเผลอไป คิดไม่ถึง คิดไม่ได้ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ของเด็กๆ ถามว่าอันตรายหรือไม่ แล้วประเทศจะมีอนาคตาแบบนี้หรือ ตนไม่ได้ขัดแย้งในเรื่องของการชุมนุม หากเป็นการชุมนุมเรียกร้องในสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือสิ่งที่ดำเนินการให้ได้ ก็พร้อมปฏิบัติตาม อะไรที่มันไม่ได้ ก็ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย อย่าเรียกว่านักศึกษาทั้งหมดหรือนักเรียนทั้งหมด มันไม่ใช่ มันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนในสังคม แต่ก็ฟังพวกเขา พยายามตอบคำถามให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองของ และประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ ตนต้องเดินหน้า ถ้าเดินหน้ารุมเร้าทั้งหมด ทุกอย่างก็จะพังไปทั้งหมด และตนก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย แต่หลายคนอาจจะคาดหวัง ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

"ผมถามว่าเขาพร้อมหรือไม่ในการที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ มันจะนำพาท่านเสื่อมลงไปทั้งหมดหรือเปล่า แล้วในวันข้างหน้าจะควบคุมกันไหวหรือไม่ ตราบใดที่ยังมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมา วันข้างหน้าก็จะมีอีกฝ่ายเกิดขึ้น แล้วดำเนินการเช่นนี้อีกเช่นกัน ผมถามว่าแล้วประเทศไทยจะอยู่อย่างไร ก็ขอให้เคารพความเป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทยด้วย เรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่คู่กับแผ่นดินเรามาหลาย 100 ปี ไม่ใช่เพิ่งมีมาเพียง 2-3 วัน เรามีมาโดยตลอดหลายรัชกาล เรามีความเป็นมา 700 กว่าปีแล้ว ทุกคนมีการเรียนรู้ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการต่อประเทศไทยตลอดเวลา"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า ขอร้องว่าอย่าลืมในสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เป็นพื้นฐานของประเทศ สิ่งที่เป็นพื้นฐานศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ สิ่งเหล่านี้จะต้องถูกทำลายหรือ ความแตกต่างของสถาบันไทยกับสถาบันต่างประเทศ ทุกประเทศมีสถาบันมาตั้งแต่ก่อตั้งประเทศทั้งสิ้น แต่สถาบันของไทยทำแบบประเทศอื่นหรือไม่ ต้องกลับไปทบทวนตรงนี้ บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจ อาจจะต้องการมากขึ้น ซึ่งคิดว่าสิ่งที่เรียกร้องบางอย่างทำไม่ได้

นายกฯ กล่าวว่า สมมติว่าบางประเทศมีการเรียกร้อง ว่าเมื่อจบการศึกษามาแล้ว จะต้องมีการงานเดือนละ 50,000 ดอลลาร์ จะให้ได้หรือไม่ ก็คงไม่ได้ หรือข้อเรียกร้องไม่ต้องไหว้ครู ประเทศไทยมีแบบและธรรมเนียมปฎิบัติมาอยู่ วันนี้พยายามสร้างว่า ครูเป็นลูกจ้างของเด็ก เป็นลูกจ้างของพ่อแม่ แต่วันนี้ลูกกับพ่อคิดเห็นไม่ตรงกัน ลูกประกาศตัดพ่อ แล้วจะอยู่กันอย่างนี้หรือ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศล่มสลาย จากนั้นก็จะเกิดจลาจล และสงครามกลางเมืองต่อไป ตนไม่อยากให้ไปถึงจุดดังกล่าว สื่อมวลชนต้องช่วยตรงนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด