นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งมีข่าวเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะคณะกรรมาธิการฯชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่สรุปฟันธงว่าควรแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ แต่มีหน้าที่ศึกษาปัญหาและเสนอแนวทางการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำหน้าที่รับฟังทั้งในและนอกสภา คือฟังทุกฝ่าย และจัดทำเป็นรายงานเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะส่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย ได้ในวันที่ 1 กันยายนนี้
นายพีระพันธุ์ บอกต่อว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณารัฐธรรมนูญทุกหมวด ทุกมาตรา รวบรวมความเห็นของทั้งผู้ที่เห็นควรให้แก้ และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ เพื่อสรุปจัดทำเป็นรายงาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เสนอต่อประธานสภาฯ ส่วนที่พรรคร่วมฝ่ายค้านไปยื่นญัตติเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 นั้น เป็นคนละส่วนกันกับคณะกรรมาธิการฯชุดนี้ ถือเป็นเรื่องจังหวะทางการเมือง ก็ว่ากันไป
ต่อข้อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลไม่ร่วมยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน จนถูกมองว่าต้องการจะแก้ไขหมวด 1 กับหมวด 2 ที่เกี่ยวกับรูปแบบของรัฐ และสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น นายพีระพันธุ์ บอกว่า ตนไม่ทราบเรื่อง แต่พรรคก้าวไกลก็มีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมาธิการฯด้วย แต่ไม่เคยเห็นพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ช่วงที่มีการพิจารณาหมวด 1 หมวด 2 ก็ไม่มีใครพูดอะไร ก็เห็นตรงกันหมด จากนั้นก็พิจารณาหมวด 3 ต่อไปเรื่อยๆ จนถึงมาตราสุดท้าย ยืนยันว่าคณะกรรมาธิการฯเปิดกว้าง รับฟังความเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตรา
นายพีระพันธุ์ บอกด้วยว่า การพิจารณารัฐธรรมนูญรายมาตราของคณะกรรมาธิการฯ ปรากฏว่ามาตราที่มีการถกเถียงกันน้อยที่สุด คือหมวด 1 หมวด 2 และมาตรา 256 ที่กลายเป็นข่าวดังในช่วงนี้ ซึ่งตนก็รู้สึกแปลกใจ เพราะตอนที่ประชุมในคณะกรรมาธิการฯ แทบไม่มีการถกเถียงกันเลย และประชุมจบในนัดเดียว
สำหรับรายนามกรรมาธิการฯในส่วนของพรรคก้าวไกล และอดีตพรรคอนาคตใหม่ ก็เช่น นายรังสิมันต์ โรม / นายปิยบุตร แสงกนกกุล