หลังจากเนชั่นทีวี ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่โดนนายทุนเงินกู้นอกระบบตามรังควาน ถึงขั้นขู่ยึดที่บ้านและที่นา หลังจากนางธีระวรรณ์ พงเกษม ชาวอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้เป็นแม่นำโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 98 ตารางวาไปค้ำประกันเงินกู้นอกระบบที่ไปกู้มาจากนายทุนจำนวน 3 แสนบาท แต่ปรากฎว่านายทุนเอาไปทำสัญญาขายฝาก ขณะที่เงินกู้ก็ไม่ได้รับเต็มจำนวน จากเงินต้น 3 แสนถูกหักค่าดำเนินการแล้วเหลือเพียง 3 หมื่นบาทเท่านั้น ซ้ำยังโดนบังคับให้ส่งดอกเบี้ยเดือนละ 9,000 บาท เมื่อธีระวรรณ์หาเงินมาส่งไม่ได้ จึงถูกนายทุนขับไล่ออกจากบ้าน และนำป้ายมาปิดประกาศขาย แต่เธอกับคนในครอบครัวนำป้ายนั้นออกไป เพราะยืนยันจะต่อสู้รักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ลูกสาวของ "ธีระวรรณ์" ทั้งสองคน ซึ่งอยู่ชั้น ม.2 และ ม.3 ยังถูกนายทุนส่งคนมาตามทวงหนี้ และบีบบังคับให้เซ็นยินยอมรับสภาพหนี้ลูกสาวเหยื่อหนี้นอกระบบรายนี้ เล่าเหตุการณ์วันที่แม่ของเธอถูกคุมขังในห้องขังสถานีตำรวจ เพราะโดนนายทุนแจ้งจับ จากการเข้าไปวิดบ่อปลาในที่นาของตัวเอง ซึ่งเป็นที่นาที่นำไปจำนองค้ำประกันเงินกู้ แต่นายทุนทำเป็นขายฝาก แล้วยึดที่นาไป แต่แม่ไม่ยอมเซ็นยินยอมยกที่นา 7 ไร่ 3 งานให้นายทุนจึงถูกดำเนินคดีหลังจากแม่ถูกจับ มีคนมาพาเธอและพี่สาวไปพบนายอำเภอ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่นายอำเภอบอกว่า จะปล่อยตัวแม่ก็ต่อเมื่อเธอและพี่สาวเซ็นยินยอมรับสภาพหนี้กับนายทุน แต่เธอปฏิเสธเพราะทราบว่าแม่ไม่ได้เงินจากนายทุนเต็มตามจำนวน จากนั้นจึงถูกคุมตัวให้นั่งอยู่ในห้องนายอำเภอ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น. โดยในห้องมีทั้งนายอำเภอ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่หน้าห้องร่วมกันเกลี้ยกล่อมตลอดทั้งวัน บีบบังคับให้เซ็นยินยอมรับสภาพหนี้
หลังจากเธอและพี่สาวไม่เซ็นยินยอม เมื่อหมดเวลาราชการ ตำรวจจึงนำตัวแม่เข้าเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด เพราะไม่มีเงินประกันตัว ส่วนเธอและพี่สาวได้รับการปล่อยตัวออกมา หลังโดนขังไว้นาน 10 ชั่วโมง แต่ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านปรากฎว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบขับรถตามเธอไปตลอดทาง ทำให้กลับบ้านไม่ได้ จึงต้องหลบหนีไปอยู่ที่อื่นระหว่างแม่ถูกขังอยู่ในเรือนจำ เธอขี่รถจักรยานยนต์ข้ามจังหวัดเพื่อมาเยี่ยมแม่ แต่เกิดอุบัติเหตุรถล้มถึงขั้นปากฉีก ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และต้องหยุดพักการเรียน 1 เทอม เพราะนายทุนเงินกู้ส่งคนมาตามขู่ที่โรงเรียน ทำให้รู้สึกอับอายและหวาดกลัวจึงไม่กล้าไปโรงเรียนอีก