นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณกรุงพนมเปญ ได้รายงานสถานการณ์ธุรกิจร้านกาแฟและชานมไข่มุกในตลาดกัมพูชาเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปทำตลาดและขยายธุรกิจในกัมพูชาว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนและการจะเข้าไปทำธุรกิจ ควรจะเข้าไปในรูปแบบใด เพื่อให้ประสบความสำเร็จเพราะปัจจุบันร้านกาแฟและชานมไข่มุกไม่ใช่แค่กระแสแต่ได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนกัมพูชาไปแล้ว ทำให้ยังมีโอกาสเติบโตสูงต่อเนื่อง
"เหตุผลที่บอกว่าร้านกาแฟและชานมไข่มุกไม่ใช่แค่กระแส เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคชาวกัมพูชาเปลี่ยนไปวันหยุดโดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน จะไปนั่งจิบกาแฟพบปะสังสรรค์หรือนัดคุยธุรกิจตามร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีๆ น่านั่งกันมากขึ้นส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมีแบรนด์ต่างชาติทยอยเข้ามาเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนชานมไข่มุกเป็นสินค้าที่กลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา กลุ่มซื้อกลับบ้านและซื้อแบบเดลิเวอรี่ให้ความนิยมและปัจจุบัน ก็มีแบรนด์ชานมไข่มุกจากต่างชาติเข้ามาทำตลาดในกัมพูชามากขึ้น"
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มีร้านกาแฟและชานมเปิดให้บริการกว่า 300 ร้าน ในกรุงพนมเปญ และประมาณ 500ร้านทั่วประเทศ โดยแบรนด์ของไทย มีเข้ามาเปิดให้บริการแล้วกว่า 10แบรนด์ เช่น Amazon, Black Canyon, True Coffee, Inthanin, Arabitia, ดอยช้าง,ดอยหล่อ และชาวดอย เป็นต้น โดยครองส่วนแบ่งตลาด 45%จากร้านกาแฟทั้งหมดในกัมพูชา Amazon เป็นที่นิยม มีสาขากว่า 140สาขา ส่วนแบรนด์ที่นิยมอื่นๆ เช่น Brown Coffee ซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวกัมพูชาStarbucks สัญชาติอเมริกัน มีสาขา 20สาขา และล่าสุด Arabica จากญี่ปุ่น ที่เพิ่งเข้ามาเปิดสาขาส่วนชานมไข่มุก มีแบรนด์ชื่อดัง เช่น Tiger Sugar, The Alley, Dakasi, KOI,The Xing Fu Tang และ Chatime เป็นต้นและแบรนด์ของไทย เช่น Fire Tiger, Crown, ชาตรามือ, Kamu, Momas bubbletea, Rin Rin Bubble Milk Tea และ Nobicha เป็นต้น