นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีคลิปเผยแพร่ว่า มีผู้สอนทำปากรูปกระจับด้วยการเอาผึ้งมาต่อยนั้น ขอแนะนำว่า อย่าทำโดยเด็ดขาด เพราะเหล็กในของผึ้งมีพิษ (venom) พิษของผึ้งประกอบด้วยโปรตีน, เปปไทด์, และสารอินทรีย์อีกหลายชนิด ผึ้งต่อยเหยื่อด้วยเหล็กใน เหล็กในจะเชื่อมต่อกับต่อมพิษและอวัยวะภายใน เมื่อต่อยทำให้เหยื่อเจ็บปวดมาก เกิดการแพ้ ปวด บวมบริเวณที่โดนผึ้งต่อย และอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (anaphylaxis) มีลักษณะเป็นผื่นลมพิษทั้งตัว, ปากบวม และหายใจติดขัด อาจเสียชีวิตได้
แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผึ้งต่อย เหล็กในจะติดคาผิวหนังหลังต่อย หลังจากนั้นผึ้งจะตายเพราะต่อมพิษและอวัยวะภายในถูกดึงติดออกมากับเหล็กใน หลังถูกต่อยควรรีบเอาเหล็กในออกไปโดยเร็วที่สุด เพราะกล้ามเนื้อที่อยู่ติดกับเหล็กในยังคงบีบตัวขับพิษเข้าสู่ผิวหนังต่อไป ไม่ควรใช้นิ้วหรือแหนบหนีบดึงเหล็กใน เพราะจะเป็นการบีบไล่พิษเข้าสู่ผิวหนังมากขึ้น
วิธีกำจัดเหล็กในที่ปลอดภัย คือ ใช้ขอบทู่ๆ ของบัตรเครดิตหรือสันใบมีด ทำมุมแหลมกับผิวหนังจนเกือบขนานกับผิวหนัง แล้วขูดผิวหนังบริเวณที่มีเหล็กใน เป็นวิธีทำให้เหล็กในหลุดออกมาจากผิวหนังโดยมีโอกาสน้อยที่พิษถูกขับออกมา ผู้ที่โดนผึ้งต่อยจะเกิดอาการปวดแสบทันที ตามมาด้วยรอยต่อยบวมแดง และอาจเกิดผื่นลมพิษด้วย ปฏิกิริยานี้จะดีขึ้นภายในหลายชั่วโมง ปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่านี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ เช่น รอยต่อยบวมมาก และบวมได้นานถึง 1 สัปดาห์ ปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (anaphylaxis) พบได้ประมาณ 0.4% ถึง 3.0% มีรายงานเกิดอาการหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะหลังถูกผึ้งต่อย โดยไม่มีปฏิกิริยาแพ้รุนแรง