เนชั่นทีวี

ข่าว

โซเชียลฯกับ "ข้อมูลอสมมาตร" ปั่นกระแสขัดแย้ง

15 ส.ค. 2563 | pakorn_pue

โซเชียลฯกับ "ข้อมูลอสมมาตร" ปั่นกระแสขัดแย้ง

การเมืองไทยช่วงนี้เข้าสู่โหมดการนัดชุมนุมต่อเนื่องกันแล้ว โดย "ทัพหน้า" เป็นกลุ่มนิสิตนักศึกษาตามรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องดีที่เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความตื่นตัวทางการเมือง แต่ประเด็นที่น่าตกใจก็คือ การเคลื่อนไหวที่ก้าวร้าว รุนแรง และกระทบกับสถาบันหลักของชาติ รวมถึงสถาบันครอบครัว และองค์กรการศึกษา เรียกว่ากระทบกันไปหมด จนเกิดคำถามว่าสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อยางไร

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น เลขาธิการกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา วิเคราะห์ว่า ปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมของกลุ่มนิสิตนักศึกษา ตลอดจนเยาวชนคนรุ่นใหม่ คือ "โซเชียลมีเดีย" ซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ข้อมูลไหลทะลักมาจากหลากหลายช่องทางส่งถึงคนรุ่นใหม่ ขณะที่สื่อดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์ ข่าวทีวี เด็กรุ่นใหม่ไม่ดูเลย จึงสรุปได้ว่าคนรุ่นใหม่รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อออนไลน์ทั้งหมด
สภาพการณ์แบบนี้ เมื่อประกอบกับช่วงก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ปลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาจนถึงรัฐบาล คสช. ประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้งมานานถึง 7 ปี ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเมือง และติดตามข้อมูลข่าวสารการเมืองจากโซเชียลมีเดีย โดยมีอดีตพรรคอนาคตใหม่ใช้ยุทธศาสตร์สร้างกระแสความนิยมจากคนกลุ่มนี้ในโลกออนไลน์ มีการป้อนข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุด แม้พรรคจะถูกยุบไปแล้วก็ตาม

เมื่อการรับข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการกลั่นกรอง ทำให้ชุดความคิดมุ่งให้น้ำหนักด้านเดียว จึงทำให้เกิดกระแสแห่ตามกันเหมือนความนิยมแฟชั่น เด็กๆ เยาวชนย้ายจากเวทีบันเทิงมาเป็นเวทีการเมือง และนำมาสู่ปรากฏการณ์การรวมตัวตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ
ผศ.ดร.เชษฐา วิเคราะห์ต่อว่า การรับข้อมูลข่าวสารทางโซเชียลมีเดียของคนรุ่นใหม่ ด้วยข้อมูลที่รวดเร็ว เคลื่อนไหวทุกวินาที ส่วนใหญ่เน้นตามจากบุคคลหรือกลุ่มคนที่พวกเขาชื่นชอบ ซึ่งหากกลุ่มคนพวกนั้นผลิตเนื้อหาข้อมูลมารองรับความอยากรู้ของกลุ่มนิสิตนักศึกษา ก็จะทำให้เยาวชนรับข้อมูลด้านเดียว บวกกับความชอบ หรือความนิยมส่วนตัว ยิ่งทำให้เชื่อข้อมูลเหล่านั้นมากขึ้น ทั้งๆ ที่เป็นข้อมูลที่ไม่ผ่านการกลั่นกรอง และไม่มีความรอบด้าน จนเกิดการปักใจเชื่อ

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "ข้อมูล อสมมาตร" คือเทไปด้านใดด้านหนึ่ง แนวทางแก้ปัญหานี้คือต้องเติมข้อมูลอีกด้านเข้าไปให้เกิดความสมดุลมากที่สุด โดยไม่ไปจำกัดเสรีภาพ หรือบังคับ หรือต่อว่า เพราะจะยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่ปิดกั้น ไม่ยอมเปิดใจมากขึ้น ฉะนั้นต้องยืนยันให้เสรีภาพต่อไปบนข้อมูลที่มีความสมดุล
แต่โจทย์ข้อยากจากข้อเสนอของ ผศ.ดร.เชษฐา ก็คือ ใครหรือองค์กรใดจะเป็นผู้เติมข้อมูลเข้าไปให้เกิดความสมดุลในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแบบนี้ หนำซ้ำรัฐบาลยังกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเองอีกด้วย

ข่าวล่าสุด