4.สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ก.ค. 63 ปรับลดลง 7.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 518.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 3 ล้านบาร์เรล สอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงกลั่นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 79.6% ซึ่งเป็นกำลังการผลิตสูงสุดนับจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเดือนมี.ค.63 นับเป็นสัญญาณฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ
5.นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับตัวเลขผู้ติดโรคโควิด-19 ที่ปัจจุบันแตะระดับมากกว่า 18 ล้านคนทั่วโลก และมียอดผู้เสียชีวิตมากถึง 700,000 คนทั่วโลก นอกจากนั้นยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ บราซิล อินเดีย และเม็กซิโก ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ประเทศที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง ต้องออกมาตรการที่เข้มงวดอีกครั้งเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด อาทิ การปิดเมืองหรือปิดพื้นที่บางส่วน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง
6.ดัชนีภาคการบริกาคของญี่ปุ่น (Service PMI) ในเดือนก.ค 63 ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 45.4 โดยปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 45.0 ในเดือน มิ.ย. 63 โดยดัชนีดังกล่าวถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50 เป็นระยะเวลา 6 เดือนติดต่อกัน แสดงถึงภาวะหดตัวในภาคบริการของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
7.เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จีดีพีกลุ่มยูโรโซนและสหราชอาณาจักรไตรมาส 2/63 ดัชนีผู้บริโภคจีนและสหรัฐฯเดือนก.ค.63 รายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ (Initial Jobless Claims)