(14 สิงหาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุถึงความสังหรณ์ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์ไม่พึงปรารถนาจะเกิดขึ้น ดังนั้น อยากย้ำถ้านักศึกษายังไม่ถอยจากประเด็นที่นอกเหนือไปจาก 3 ข้อเรียกร้องแล้ว จะกลายเป็นปัญหาลุกลามมากที่สุด
นายจตุพร กล่าวต่อว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ สิ่งที่พยายามอธิบายทางการเมือง คือ ข้อเรียกร้องต้องให้ประชาชนเข้าร่วมได้อย่างสะดวกใจ และถ้ายึดข้อ 3 เรียกร้อง คนจะเข้าร่วมนับแสน แต่สถานการณ์ถัดจากนี้ เมื่อภูมิต้านทานหายไป จึงเร่งเกิดเหตุการณ์ในขั้นนับวันเท่านั้น ไม่ได้นับเดือน หรือปี ดังนั้น แต่ละขบวนการทางการเมือง จะนำไปสู่หายนะทั้งสิ้น และถ้าสุดโต่งของทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน ก็ต้องบรรลัยแบบ 6 ตุลาฯ 2519
"เมื่อการต่อสู้ต้องการ 3 ข้อเป็นภารกิจหลัก โดยสังคมตอบรับแล้ว ปัญหาคือไปทะลุเพดานจาก 3 ข้อเรียกร้องทำไม เพราะในสังคมต่างก็รู้อยู่ว่าต้องขีดเส้นใต้ให้อยู่ระหว่างสามัญชนเท่านั้น ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ด้วยเหตุนี้ ตนเชื่อว่าปลายทางหนีไปไม่พ้น" นายจตุพร กล่าว
ทั้งนี้ สาระสำคัญของการต่อสู้อยู่ที่ความชอบธรรม ใครถือความชอบธรรมมากกว่า คนนั้นจะได้รับความถูกต้องในสนามการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่ทางการทหาร ดังนั้น การยึด 3 ข้อต่อสู้เป็นความชอบธรรมทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ เป็นภูมิต้านทาน เพราะการชุมนุมอยู่ที่ประเด็น ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาคนชุมนุม แต่ถ้าประเด็นสูญเสียความชอบธรรมไป ระยะทางจะสั้นลง