เนชั่นทีวี

ข่าว

ย้ำปัญหาการเมืองไม่กระทบทำหน้าที่รอนายกฯมอบหมาย

13 ส.ค. 2563 | thanita_boo

ย้ำปัญหาการเมืองไม่กระทบทำหน้าที่รอนายกฯมอบหมาย

"สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์" ทราบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี รับการตัดสินใจร่วม ครม. เพราะอยากช่วยชาติ เชื่อนายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและทีมเศรษฐกิจพาประเทศรอดวิกฤต ย้ำรอ "บิ๊กตู่" มอบหมายให้กำกับกระทรวงใดบ้าง

(13 สิงหาคม 2563) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็กพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้ตนได้เป็นคณะรัฐมนตรี ซึ่งในส่วนของการทำงาน โดยวันนี้ (13ส.ค.) จะมีการชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่านายกรัฐมนตรีจะมอบหมายหน้าที่ในเรื่องใดบ้าง แต่ตนก็ได้ศึกษามาในเบื้องต้นบ้างแล้ว

ส่วนการเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้น เป็นที่เข้าใจกันดีว่าทุกคน คาดหวังจะมีมาตราการใหม่ๆมารองรับ แต่รายละเอียดทั้งหมด ขอรอความชัดเจนในสัปดาห์หน้าและการที่นายกฯ ทาบทามมาดำรงตำแหน่งไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดของการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเพียงการพูดคุยกันกว้างๆ โดยเหตุผลตัดสินใจเข้ามาทำงานกับรัฐบาลนั้น เนื่องจากตนเข้าใจปัญหา และมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า หากมีโอกาสช่วยประเทศชาติได้ก็ยินดี

"ผมก็เพิ่งจะเกษียณอายุมา และได้รับฟังปัญหาและรับฟังสถานการณ์มา และพอคิดว่าจะช่วยอะไรได้ ขณะนี้เองก็มีเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกิดขึ้นทั้งโลก รวมไปถึงมีความไม่แน่นอน จึงถือได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก และจะขอทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแก้ไขปัญหาประเทศที่มีอยู่และการทำงานในครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายแบบใหม่ เนื่องจากต้องปรับระบบการทำงานจากเอกชนมาเป็นงานราชการ ซึ่งจะพยามทำงานและทุ่มเทอย่างเต็มที่" รองนายกฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อมั่นในตัวนายกฯ ทั้งในฐานะหัวหน้าทีมรัฐบาลและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และเชื่อมั่นในตัวครม.ทุกคน ส่วนครม.ชุดนี้ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในสายตาโลกหรือไม่นั้น คงเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ประเทศไทยสามารถจัดการสถานการณ์ได้ดี ซึ่งถือว่าเป็นการพิสูจน์ว่าไทย ดีและโดดเด่นกว่าอีกหลายประเทศ และเลือกเส้นทางอย่างระมัดระวัง จึงถือว่าเป็นความสามารถของ ครม. และนายกฯ ในการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า จากนี้จะต้องเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ถดถอย แต่ขณะเดียวกันทุกคนต้องช่วยกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอีกครั้ง เนื่องจากการแก้ไขการระบาด จะทำให้เสียงบประมาณและยิ่งจะทำให้เสถียรภาพทางการเงินการคลังของไทยด้อยลง เช่นเดียวกับที่นายกฯ กล่าวว่า "รวมไทยสร้างชาติไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง"

ส่วนข้อกังวลการชุมนุมจะกระทบต่อเศรษฐกิจหรือไม่นั้น ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นว่าทุกคน จะต้องช่วยกัน ซึ่งการให้ข้อมูลที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคการเมืองจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ ต้องขอรอดูก่อนว่าจะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงใดบ้าง แต่เชื่อว่าสุดท้ายจะราบรื่นไปได้ด้วยดี

ข่าวล่าสุด