นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ขอขอบคุณลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนพนักงานของเราทุกคน ที่ทุ่มเทให้กับการทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจ และใส่ใจมาตลอดช่วงที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับวิกฤตที่ยากลำบาก แต่เมืองไทยประกันภัย ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี อย่างต่อเนื่อง เมืองไทยประกันภัย คือ บริษัทประกันวินาศภัยของคนไทย ที่ยืนเคียงข้างสังคมไทยมากว่า 88 ปี ด้วยประสบการณ์ที่พร้อมจะเข้าใจและเป็นเพื่อนกับทุกคน สิ่งสำคัญ คือ เราภูมิใจ ที่เราเป็นธุรกิจที่ได้ช่วยเยียวยาและแบ่งเบาภาระของทุกคน เมื่อยามเกิดภัย"
ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจเล็ก คนตัวเล็กตัวน้อย โควิด-19 เป็นเหมือนสัญญาณ Wake up call ที่ส่งสัญญาณเตือนพวกเราในทุกๆ เรื่อง ชีวิตของผู้คนทุกวันนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โลกมีภัยที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่เสมอ ทั้งภัยจากธรรมชาติ และฝีมือของมนุษย์ด้วยกันเอง ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร นับจากนี้คนที่จะอยู่รอดได้ คือคนที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว คือคนที่สามารถมองวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะไม่ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ทางสังคมจะเป็นอย่างไร เราทุกคนก็ยังคงต้องดำเนินชีวิตต่อไป ต้องดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ต่อไป ที่สำคัญต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท และต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ด้วยมิตรภาพและความจริงใจ ดูแลกันเหมือนดั่งเป็นคนครอบครัวเดียวกัน จึงจะพาให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้ .ในปี 2563 บริษัทมีความตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะรักษาทุกๆ รอยยิ้มที่เราให้คำสัญญาไว้ รวมถึงการพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านของการบริการ และความพร้อมที่จะพัฒนาธุรกิจ ให้ตอบโจทย์ และรองรับทุกความต้องการ ของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ตลอดจนคู่ค้าและพันธมิตร ได้ครบทุกด้าน และดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะจะเน้นทำตลาดประกันภัยแบบเฉพาะกลุ่ม และเน้นการพัฒนาประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล ที่สามารถเข้าถึงคนทุกช่วงวัยได้ง่ายขึ้น เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ในยุค New Normal ซึ่งปัจจุบัน มีความรอบคอบและระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่คุ้มค่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาบริการให้มีความหลากหลาย ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทฯ ควบคู่ไปกับการให้บริการแบบออฟไลน์ เช่น ตัวแทนจำหน่าย, Call Center และอีก 22 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค