เนชั่นทีวี

ข่าว

เตือนรัฐบาลอย่าช้าแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนทุกอย่างจะสาย

10 ส.ค. 2563 | chairat_pat

เตือนรัฐบาลอย่าช้าแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนทุกอย่างจะสาย

"จตุพร พรหมพันธ์ุ" เตือนรัฐบาลรีบตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลั่นหากช้าไม่มีอะไรหยุดการเคลื่อนไหวของนักศึกษา-ประชาชนได้ ย้ำต้องพุ่งเป้าไปมาตรา 256 อย่างเดียว อย่านอกทาง เพราะอาจไร้ความสำเร็จสูง แนะม็อบนศ.ยึด 3 ข้อเรียกร้องให้มั่น หากแกว่งจะพังก่อน

(11 สิงหาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยผ่านรายการ PEACETALK เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายการเมืองรีบตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญก่อนจะสายเกินไป เพราะถ้าตัดสินใจไม่แก้รัฐธรรมนูญแล้ว อาจต้องเดินไปเผชิญกับทุกเหตุการณ์ที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ถ้าตัดสินใจจะแก้ ก็ต้องแก้ทันที เพราะสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีอะไรจะหยุดการขับเคลื่อนของประชาชนได้ นอกจากการแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น

"ถ้าฝ่ายการเมืองคิดแต่เกมให้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันแล้ว อาจไม่ทันกาล เพราะสถานการณ์ได้ไปไกลแล้ว อีกทั้ง การไปสภาฯ ของ 2 กลุ่ม คือ ไปจัดกิจกรรมเรียกร้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และอีกกลุ่มไปแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบันฯ ซึ่งเป็นการแสดงสิทธิหน้าที่โดยไม่เผชิญหน้ากัน ซึ่งเป็นเรื่องดีในสถานการณ์จำเฉพาะเท่านั้น" นายจตุพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อบรรยากาศแบบนี้จะแสดงออกเมื่อสถานการณ์ไม่รุนแรง แต่ถ้าอีกสถานการณ์หนึ่งอาจเป็นคนละอย่างกัน และต้องยอมรับความจริงกันว่า การชุมนุมแฟลชม็อบของนักศึกษาได้ลุกลามไปทั่วแผ่นดิน และเป็นปรากฏของคนหนุ่มสาวที่มาชุมนุมกันมากที่สุดในรอบกว่า 15 ปีที่ผ่านมา

"ผมยืนยันว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อยังมีพลัง เพราะไม่ว่าฝ่ายได้ก็ตาม ต่างเห็นพ้องกันว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งแก้ในมาตรา 256 ซึ่งไม่มีใครขัดข้อง แม้ ส.ว.แตกออกเป็นสองส่วน บางส่วนยังให้แก้ ส.ว.ลงมติเลือกนายกฯ และอีกส่วนต้องการให้ยึดตามออกประชามติไว้" ประธาน นปช. ระบุ

ทั้งนี้ เมื่อนายกฯ ตัดสินใจไม่ขัดข้องในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น ส่วนตัวอยากถามนักการเมืองว่า วันนี้ต้องการอะไร การที่จะให้ประเทศผ่านพ้นโดยไม่นองเลือด คือ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องเด็ดเดี่ยวว่า แก้มาตรา 256 เพื่อเอาอำนาจการแก้ไขมาอยู่ในอำนาจของประชาชน ด้วยการเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร.

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ถ้าเริ่มด้วยการเสนอมาตราอื่นเข้ามาด้วย เช่น การตัดอำนาจเบ็ดเสร็จของ ส.ว.หรือการยกเลิก ส.ว.ไม่สามารถทำได้เลย ถ้าไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้องใช้จำนวนเสียง ส.ว. หนึ่งในสามของวุฒิสภาทั้งหมด ซึ่ง ส.ว.จึงยากที่จะโหวตเพื่อยุบตัวเอง

"ถ้านักการเมืองมั่นใจประชาชนแล้วต้องช่วยกันเปิดประตูให้ได้ก่อน ถ้าจะเข้าทางหน้าต่างไปด้วยแล้ว จะไม่ประสบความสำเร็จ แล้วจบลงที่การรัฐประหารอีก วันนี้การระบาดทางอารมณ์ บวกกับความหิวโหยแล้ว เขาจะไปร่วมกับการแก้รัฐธรรมนูญ และผูกปมอยู่ที่การยุบสภาฯ การคุกคามไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก ผมพยายามเสนอประคับประคองกันมา ถ้าจะตัดสินใจต้องลงมือ" นายจตุพร ระบุ

ประธาน นปช. กล่าวเรียกร้องว่า ฝ่ายการเมืองต้องตั้งหลักให้มั่นได้แล้ว ถามหัวใจตัวเองว่าต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เชื่อมั่นเสียงประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เกิดมีการยุบสภาฯ แม้ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่จะไปแพ้เสียงข้างน้อยที่ไปบวกกับ ส.ว.ก็ชนะโหวตเลือกนายกฯวันยังค่ำ จากนั้นรัฐบาลจะถูกคว่ำด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างรวดเร็วที่สุด

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย รัฐบาลได้เงื่อนเวลาในการตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วทำประชามติ ดังนั้น ยังยืนยันว่า ต้องการความสำเร็จในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยแนวทางสันติวิธี และเป็นประตูเดียวให้ประเทศมีทางออกทุกอย่าง ซึ่งการล่าช้าจะทำให้ จะสร้างปัญหามากมาย อย่าคิดว่าไปแก้เดือนพ.ย.แล้วจะได้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่เอื้อขนาดนั้น

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างพุ่งเข้ามารวมกัน จนยากจะรับมือได้ จึงขอให้อ่านกระดานให้ขาด ตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญอย่ารอเวลา แล้วจะได้กันทุกฝ่าย และประเทศได้มากที่สุดส่วนตัวไม่ได้หดหัวอยู่ในกระดอง ยังเสนอหน้าออกมาพูด เพราะต้องการให้แต่ละฝ่ายใช้แนวทางสันติวิธีให้สุดทางกัน ถ้าพูดคุยกันทุกฝ่าย วิธีที่จะยุติปัญหาทั้งปวงจากข้อเรียกร้องต่างๆนั้น คือ การแก้รัฐธรรมนูญที่ผูกกับยุบสภาฯ

อย่างไรก็ดี บางฝ่ายต้องการให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งต้องแก้มาตรา 256 อยู่ดี ถ้าให้สองสภาไปเขียนรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ไม่มีทางเป็นไปได้ จึงเน้นเอาความสำเร็จให้ประชาชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ คำว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอีกฉบับ จะอยู่ในหัวใจของประชาชน เพราะเชื่อว่ากติกาแบบนี้ จะทำให้ได้คนมีศักยภาพมาแก้ปัญหาบ้านเมือง

"สถานการณ์ขณะนี้ใกล้เดินไปถึงจุดที่เต็มไปด้วยรูรั่ว ถ้านักการเมืองตกลงกันแก้รัฐธรรมนูญ แล้วประกาศเป็นสัญญาประชาคมว่า ถ้าแก้มาตรา 256 เลือก สสร. ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ แล้วถึงขั้นประกาศใช้ ก็ยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชน ผมเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ร้อนกลายเป็นเย็นได้" ประธาน นปช. กล่าว

ส่วนการขับเคลื่อนของนักศึกษานั้น ส่วนตัวขอย้ำว่า ต้องเป็นประเด็นสาธารณะด้านประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งจะเป็นภูมิต้านทานอย่างแข็งแรงมาก ถ้าเกินเลยกว่านี้จะเป็นปัญหาโดยฉับพลัน และความเชื่อสองฝ่ายจะเกิดกระทบกัน แล้วไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะพังก่อน

"เวลาไม่คอยท่า เพราะสถานการณ์ไปไกล ถ้าเวลานี้คิดแต่ละฝ่ายต้องการักษาระบบรัฐสภาไว้ ซึ่งได้ประโยชน์ทุกฝ่าย จึงหวังว่า ฝ่ายค้าน รัฐบาลและวุฒิสภาให้คุยกันให้จบ และฟังข้อเรียกร้อง 3 ข้อที่ไม่ได้ขัดใจทุกฝ่ายเลย ดังนั้น การตัดสินใจช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจะทำให้เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอกับการเมืองไทย จึงอย่าปล่อยกระแสให้เลยเถิดไป เพราะหลายเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น มาจากการปล่อยเวลา" นายจตุพร กล่าวและว่า ต้องขอบคุณนักศึกษาที่ทำให้แต่ละฝ่ายได้สำเหนียก กับเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง จึงหวังว่ารัฐบาลและฝ่ายการเมืองจะได้รีบตัดสินใจก่อนที่จะสายเกินแก้กัน

ข่าวล่าสุด