เนชั่นทีวี

ข่าว

"กมธ.ดีอีเอส"จัดแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลดันไทยเป็นผู้นำอาเซียน

10 ส.ค. 2563 | anuphan_cha

"กมธ.ดีอีเอส"จัดแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลดันไทยเป็นผู้นำอาเซียน

"กมธ.ดีอีเอส" จัดแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลพร้อมวางกรอบการทำงาน 4 ยุทธศาตร์ ด้าน "กัลยา รุ่งวิจิตรชัย" เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และเพิ่มขีดความสามารถไทยเป็นผู้นำในภูมิภาค ขณะที่ "เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ" ชี้ทุกหน่วยงานต้องพัฒนาให้ทันสมัยตามโลก

(10 สิงหาคม 2563) น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎณ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2563-2565 โดยเป็นแผนที่เสนอโดย คณะอนุ กมธ. ติดตามและตรวจสอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในกมธ.ดีอีเอส ที่มี พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน

น.ส.กัลยา กล่าวต่อว่าโดยเป็นแผนเพื่อให้การทำงานของ กมธ.เป็นไปตามกรอบที่วางไว้ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ เพื่อเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาประชากร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ด้วยการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ได้มาตรฐานสากลและความครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานในการสื่อสาร ทั้งโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งระบบสายและไร้สาย

ทั้งนี้ ด้วยการบริหารจัดการคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนโครงข่าย 5G และกิจการอวกาศ (New Space) รองรับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล บุคลากรดิจิทัล ครอบคลุมทุกพื้นที่และสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการแข่งขันในกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

น.ส.กัลยา กล่าวอีกว่า 2.การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเน้นการสร้างสภาวะแวดล้อมทางดิจิทัล (Digital Environment) หรือระบบนิเวศสำหรับธุรกิจดิจิทัล (Digital Business Ecosystem) โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และการส่งเสริมธุรกิจที่มีอยู่เดิม ให้ต่อยอดและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น อุตสาหกรรมเกษตร การแพทย์ การผลิตและการบริการ และมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลใหม่เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ให้เป็นผู้นำเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาค

3.การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชากรในประเทศ มีความรู้ความสามารถทั้งในด้านการประดิษฐ์ คิดค้นนวัตกรรม และการเข้าถึงหรือการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้สอดรับกับบริบททางสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป และ 4.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การวางกลยุทธ์และยุทธวิธี ในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้ครอบคลุมสภาพปัญหาของภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งรวมไปถึงการก่อตั้งองค์กร ในการทำหน้าที่รป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการเร่งรัดออกกฎหมาย มาตรการ แนวทางในการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

"เชื่อว่าแผนยุทธศาสตร์ทั้ง 4 นี้จะช่วยให้การทำงานของกมธ.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ให้เทียบเท่ากับต่างประเทศได้ ซึ่งแผนดังกล่าวนี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเกษตร หรือธุรกิจต่างๆอีกด้วย"น.ส.กัลยา กล่าว

ขณะที่ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ รองประธาน กมธ. กล่าวว่า กรอบการดำเนินการใน 2 ปี จะมีเรื่องต้องทำ คือ 1.Tracking เรื่องที่มีการดำเนินการโดยหน่วยงานอยู่แล้ว แต่เป็นการติดตามว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่ เช่น แผน 5 ปี การจัดสรรคลื่นความถี่ของ กสทช. ว่าเดินไปตามแบบแผนหรือไม่ หรือการติดตามการดำนินการตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดำเนินการอะไรบ้าง

2.Monitoring งานที่มีหน่วยงานและแผนงาน แต่จะมีการติดตามว่าการมีสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ทางกมธ.จะมีคำแนะนำหรือการสนับสนุนอย่างไร เพื่อให้หน่วยงานสามารถปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ เช่น แนวทางยุทธศาสตร์ 5G ของประเทศ ที่ควรจะมีทิศทางในการช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ หรือการปรับปรุงบริการภาครัฐให้เป็นแบบดิจิทัลของสำนักงานรัฐบาลดิจิทัล 3.Initialting งานที่ควรมีการริเริ่มเช่นแนวทางการสร้างเศรษฐกิจอวกาศ (New Space Economy) เพื่อให้เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจหนึ่งของประเทศ

"มีกรรมาธิการหลายท่านให้คำแนะนำ เช่น ควรดูเรื่องคลื่นความถี่ที่จะมาช่วยชุมชนทั้งในแง่ของวิทยุชุมชน หรือโทรทัศน์ชุมชน รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับ Cyber Security ว่าควรมีการติตตามอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าไม่รีบเตรียมการที่ดี ถ้าเกิดปัญหาในระยะนี้แล้วจะเกิดเรื่องใหญ่ และต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับ Digital Platform ว่าเราควรจะมีแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการ โดย ประธาน กมธ.เห็นชอบในภาพรวม พร้อมทั้งให้ไปปรับปรุงและให้รายงานในรายละเอียดต่อกมธ.ใหญ่ เป็นระยะๆ ต่อไป" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว

ข่าวล่าสุด