งานนี้จึงต้องตามไปดูโครงสร้าง ก.อ. ซึ่งมีอยู่ 15 คน ว่าเสียงส่วนใหญ่จะไปทางไหน หรือจะมีการ "วัดพลัง" กันหรือไม่ ระหว่างฝั่งประธาน ก.อ. กับฝั่งอัยการสูงสุด
ไล่ดูโครงสร้าง ก.อ. พบว่า มีประธาน ก.อ. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพนักงานอัยการทั่วประเทศ เป็นประธาน ซึ่งก็คือ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง มีอัยการสูงสุด เป็นรองประธาน ก.อ.โดยตำแหน่ง นอกจากนั้นก็มี ก.อ.โดยตำแหน่งอีก 5 คน เป็นรองอัยการสูงสุดอันดับ 1-5 เรียงลำดับอาวุโส ซึ่งนายเนตร นาคสุข ก็เป็น ก.อ.โดยตำแหน่งอยู่ด้วย
ที่เหลืออีก 8 คนเป็น ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ มาจากการเลือกตั้งของพนักงานอัยการ แบ่งเป็นอัยการในราชการ 4 คน อัยการบำนาญ 2 คน และคนนอกที่ไม่เคยเป็นอัยการ 2 คน
ประเด็นที่ต้องลุ้นกันก็คือ ในโครงสร้าง ก.อ. 15 คนนี้ มีอยู่ 4 คนที่ไปทำหน้าที่เป็นคณะทำงาน 7 อรหันต์ ที่สรุปว่านายเนตร สั่งคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย ประกอบด้วย สมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด, นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา, นายชาติพงศ์ จีระพันธุ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร และ นายปรเมศว์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี
นอกจากนั้นยังมีตัวนายเนตรเองที่เป็น ก.อ. และมีอัยการสูงสุด ซึ่งนิ่งเงียบมาตลอดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เป็น ก.อ.โดยตำแหน่งด้วยอีกคนหนึ่ง
จะเห็นได้ว่าฝั่งที่ไม่ได้มองว่านายเนตรมีความผิด หรือสั่งคดีโดยมิชอบ ถ้ารวมอัยการสูงสุดด้วย ก็จะมีอยู่ 6 เสียงแล้ว จากทั้งหมด 15 เสียง ฉะนั้นหาอีก 2 เสียงก็จะเป็นเสียงข้างมาก เมื่อลองบวกลบคูณหารดูแล้วก็จะเห็นว่า การดำเนินกระบวนการไปสู่การหาตัวคนผิดในฝั่งอัยการ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
ล่าสุดมีข่าวประธาน ก.อ.หารืออัยการสูงสุด เตรียมดึงอดีตอัยการสูงสุด หรืออดีตรองอัยการสูงสุด มาเป็นกรรมการสอบสวนการใช้ดุลยพินิจของนายเนตร นาคสุข แต่ก็ต้องฝ่าด่าน ก.อ. และออกระเบียบการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอัยการระดับรองอัยการสูงสุด ซึ่งยังเป็นช่องโหว่อยู่...
รอผลด้วยใจระทึก!