แนะรัฐเร่งส่งเสริมวิศวกรไทย
"เอเอ็มอาร์ เอเซีย อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันศักยภาพของคนไทย วิศวกรไทย ตลอดจนบริษัทของคนไทยมีความรู้ความสามารถโดยไม่ต้องพึ่งพาต่างประเทศในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะความรู้ความสามารถด้านงานออกแบบ ติดตั้งระบบคมนาคมขนส่ง ทั้งด้านระบบสื่อสาร ระบบไฟฟ้า และระบบอาณัติสัญญาณ ยกตัวอย่างกลุ่มบีทีเอส ที่เล็งเห็นศักยภาพของคนไทยด้วยการเปิดโอกาสให้วิศวกรและบริษัทของคนไทยได้รับงานออกแบบ จัดหาพร้อมติดตั้งระบบรถไฟฟ้า (M&E system) ให้กับทางบีทีเอสตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง สายสีเหลืองและสายสีชมพู นอกจากนั้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ก็เป็นอีกรายที่ส่งเสริมวิศวกรไทย ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงควรเร่งเข้ามาสนับสนุนส่งเสริมให้คนไทย วิศวกรไทย และบริษัทของคนไทยได้เข้าไปรับงานระบบรถไฟฟ้า (M&E System) ให้กับโครงการระบบขนส่งมวลชนที่รัฐบาลไทยเร่งผลักดันมากขึ้น" ประการสำคัญช่วงเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ทำให้เห็นภาพชัดว่าหากยังต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญหรือแรงงานจากต่างประเทศจะพบปัญหาอย่างไรบ้าง การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจะหยุดชะงักทันที ประการหนึ่งนั้น วิศวกรไทยได้เรียนรู้มามากและอยู่ในทีมผู้บริหารของบริษัทต่างชาติแล้วหลายคน ดังนั้นวันนี้ 80-90% คนไทยสามารถดำเนินการได้แล้ว จึงสร้างความเชื่อมั่นในองค์ความรู้ของวิศวกรไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ กรณีงานรถไฟฟ้าระบบหลักอย่างบีทีเอสหรืองานระบบรองอย่างรถไฟฟ้าสายสีทอง วิศวกรไทยก็ได้โชว์ศักยภาพการออกแบบและติดตั้งงานระบบเดินรถไฟฟ้าในแบบบูรณาการเบ็ดเสร็จ ให้เป็นที่ประจักษ์ผลงานชัดเจนแล้ว ทำให้ระบบฟีดเดอร์เชื่อมโยงกับระบบหลักได้อย่างลงตัว เน้นระบบขนส่งโดยใช้ล้อยาง
"พิสูจน์ให้เห็นจริงแล้วว่าคนไทยทำได้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลให้โอกาสคนไทยเป็นบริษัทนำทีมหลัก บริษัทของคนไทยก็จะมีโอกาสเติบโตแข่งขันกับต่างประเทศได้ จะไม่เป็นเพียงผู้ซื้อไปตลอด ควรเปิดกว้างเนื่องจากทีโออาร์งานโยธายังสามารถระบุไว้ให้กับบริษัทของคนไทยได้ แต่ระบบรถไฟฟ้า (M&E System) ในโครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และระบบสื่อสารและระบบอาณัติสัญญาณในโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงน่าจะระบุไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อวันนี้คนไทยทำได้ดีแล้ว หากงานในประเทศไทยไม่เปิดโอกาสให้บริษัทคนไทยแล้วจะให้บริษัทคนไทย หรือวิศวกรไทยไปรับงานที่ไหนได้อีก"
แนะนำร่องพัฒนา 2 เส้นทาง
หากรัฐจะผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรมจริงต้องการเสนอแนะให้ร่วมกันนำโครงการรถไฟระหว่างเมืองเส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ที่เหมาะสำหรับนำมาพัฒนาระบบเป็นเส้นทางนำร่องให้เป็นผู้ออกแบบและพัฒนาระบบเดินรถโดยทีมวิศวกรไทยและบริษัทของคนไทย แล้วจึงยกระดับการพัฒนาให้สู่ระดับที่สูงขึ้นต่อไป ซึ่งรูปแบบการพัฒนาสามารถบูรณาการความร่วมมือกันหลายฝ่ายได้อีกด้วย ทั้งกรมการขนส่งทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด และสถาบันการศึกษาด้านระบบรางของไทย จนได้ระบบสื่อสาร และระบบอาณัติสัญญาณที่สามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานรถไฟและรถไฟฟ้าจริง ๆ "เช่นเดียวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางจากระยองไปจันทบุรี และตราด น่าจะนำมาให้บริษัทของคนไทยได้บูรณาการพัฒนาร่วมกัน เนื่องจากไม่อยากเห็นภาพการพัฒนาในรูปแบบผู้ซื้อ มากกว่าการตื่นตัวแบบผู้พัฒนา ช่วงที่ผ่านมาพบว่าหลายหน่วยงานมีการส่งวิศวกรไทยไปเรียนรู้ที่จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หลายต่อหลายรุ่นมาแล้ว คาดว่าคงจะได้เห็นภาพการพัฒนาที่เด่นชัดมากขึ้น ทั้งระบบรถไฟ รถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเรื่องนี้ได้เคยนำเสนอสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการคมนาคมไปแล้วเนื่องจากเห็นว่าไทยลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาท ดังนั้น หากเปิดโอกาสให้วิศวกรไทยเป็นผู้ดำเนินการจะประหยัดได้อีกมาก"