นายนิมิตร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการฯ เร่งดำเนินการ วางแผนตรวจสอบ 5 ระยะ ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 ต่อเนื่องระยะที่ 3 บางส่วน โดยพบหน่วยบริการเบิกจ่ายข้อมูลเท็จ 86 แห่ง จากนี้จะขยายผลตรวจสอบคลินิกใน กทม. ที่เหลือ 107 แห่ง และคลินิกทันตกรรม 95 แห่ง ส่วนระยะที่ 4 จะตรวจสอบการเบิกจ่ายบริการคัดกรองโรคที่เหลือ 17 รายการ ขยายผลการตรวจสอบย้อนหลังถึงปี 2553 และระยะที่ 5 ขยายตรวจสอบคลินิกชุมชนอบอุ่นในเขตปริมณฑล โดยระยะที่ 4 และ 5 มีแผนดำเนินการในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2564 หรือเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563 ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะทำงาน 2 ชุด ประกอบด้วย คณะทำงานตรวจสอบการดำเนินการและการบริหารจัดการค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หน่วยบริการในโครงการคลินิกชุมชนอบอุ่น และคณะทำงานพิจารณาเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในของ สปสช. เพื่อความรวดเร็ว ครอบคลุม และรอบด้าน ในการดำเนินการกับปัญหาที่เกิดขึ้น
ด้าน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า การบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ ในการตรวจสอบการทุจริตครั้งนี้ จะเป็นการดำเนินการในส่วนของทางคดีอาญา ยังไม่นับความเสียหายทางแพ่ง และความผิดทางวิชาชีพที่กำลังดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีเอกสารหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก แต่ละหน่วยงาน รวมถึงดีเอสไอ จึงได้มาแบ่งหน้าที่ทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด
"วันนี้ดีเอสไอมาเพื่อเร่งรัดการดำเนินการในทางคดีอาญา และพิจารณาว่ามีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ ต้องมีอะไรเพิ่มเติม ทั้งหมดเพื่อดำเนินการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินความผิด ยืนยันว่าเรื่องนี้เนื่องจากเป็นการกระทำผิด เป็นการฉ้อโกงซ้ำๆ หลายครั้ง จึงจะมีเรื่องของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.การฟอกเงิน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว" นายปิยะศิริ กล่าว