เนชั่นทีวี

ข่าว

ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน

05 ส.ค. 2563

ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน

อุตรดิตถ์ - เกษตรเลี้ยงปลาในกระชังท้ายเขื่อนสิริกิติ์ อ่วมหนัก! ปลานิลแดง เกิดน็อคน้ำ ตายเกลื่อน หนักสุดในรอบ 14 ปี เจ้าของสิรภพฟาร์ม โอดปลายตาย10 ตัน ขายถูกกก.ละ 5 บาท ยังไม่ม่ีคนซื้อ สาเหตุพิษพายุซินลากู ทำให้แม่น้ำน่านมีสีแดงขุ่น-ดินโคลน

วันที่ 5 สิงหาคม ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำน่าน หมู่ 3 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายสิรภพ คุณสิริประภารัตน์ เจ้าของสิรภพฟาร์ม พร้อมคนงานต่างเร่งมือในการใช้อุปกรณ์ตักปลานิลแดงขนาดต่างๆ ที่ตายลอยเกลื่อนกระชัง และกำลังเริ่มส่งกลิ่นเหม็น แมลงวันจำนวนมากเริ่มบินมาเกาะ หลังปลานิลแดงที่เลี้ยงไว้จำนวน 180 กระชัง แบบไล่อายุ ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุซินลากู



ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน


โดยส่งผลให้แม่น้ำน่านมีสีแดงขุ่น ดินโคลนไหลมากับน้ำเกาะตามตาข่ายกระชังปลา และเหงือกปลา ปลาปรับตัวไม่ทันไม่มีอากาศหายใจเกิดอาการน็อกและลอยตายเกลื่อนกระชัง เฉพาะวันนี้ สำรวจแล้วมากถึง 10 ตัน หรือ 1 หมื่นกิโลกรัม จำเป็นต้องประกาศขายในราคาถูก กิโลกรัมละ 5 บาท สำหรับปลาขนาดเล็ก โดยขายแบบไม่มีกำไร


ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน


นายสิรภพ กล่าวว่า นับเป็นสถานการณ์จากภัยธรรมชาติที่รุนแรงในรอบ 14 ปี ที่เกิดขึ้นกับเกษตรเลี้ยงปลาในกระชังท้ายเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเคยเกิดขึ้นปี 2549 เหตุการณ์ดินโคลนถล่มจังหวัดอุตรดิตถ์ สืบเนื่องจากฝนที่ตกหนังต่อเนื่องทางตอนเหนือ ทำให้แม่น้ำสาขาต่างๆที่นำพาดินโคลน ซากปรังหักพังนำเป็นสีแดงขุ่นเต็มไปด้วยดินโคลน ไหลลงสู่แม่น้ำน่านอย่างรวดเร็วและปริมาณสูง




ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน

ทั้งนี้ส่งผงให้ดินโคลนเกาะกระชัง ออกซิเจนในน้ำน้อย ปลานิลแดงที่เลี้ยงไว้ กว่า 120,000 ตัวหรือ 180 กระชัง เกิดอาการน็อก และตายในที่สุด เฉพาะวันนี้ (5 ส.ค.) สำรวจแล้วมากถึง 10 ตัน หรือ 1 หมื่นกิโลกรัม หากเป็นปลาขนาดเล็กประกาศขายถูกๆ กิโลกรัมละ 5 บาท ให้ชาวบ้านนำไปทำปลาแดดเดียว หรือปลาร้า แม้จะประกาศขายถูกยังแทบหาคนซื้อไม่ได้ เพราะทุกกระชังก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน



ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน

โดยเกษตรกรบางรายไม่ทันตั้งตัวกระแสน้ำแรง ระดับน้ำสูง ท่วมกระชัง ปลาทะลักออกกระชัง กระชังที่ไม่แข็งแรงถูกกระแสน้ำพัดไปก็มี นับเป็นการลดการสูญเสีย เบื้องต้นยอมที่จะขาดทุน เนื่องจากช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19


ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน



สำหรับตนเองปลากว่า 100 ตันระบายไม่ได้ ไม่มีคนรับซื้อด้วย ยังซ้ำเติมด้วยอิทธิพลพายุซินลากู อีกครั้ง ประมาณมูลค่าความเสียหายมากถึง 3 ล้านบาท จึงตัดสินใจเร่งตักปลาไม่ได้ขนาดส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้า นำไปตะเวนขายตามตลาดนัด จากปกติขายส่งกิโลกรัมละ 75 บาท ลดราคาขายเพียงกิโลกรัมละ 40-50 บาทเพื่อเป็นการระบายปริมาณปลาในกระชังให้ลดน้อยลง เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด


ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน


ล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาสำรวจและให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังทำได้คือ ช่วยเหลือตัวเอง ทั้งนี้ จ.อุตรดิตถ์เป็นแหล่งเลี้ยงปลายในกระชังที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มากกว่า 7,000 กระชังเลาะริมแม่น้ำน่าน แต่ละปีสร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาท

ปลากระชังน็อคน้ำ-ตายเกลื่อน