ล่าสุดทางพล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า วันนี้ (4 ส.ค. 63) ได้ฟังการแถลงข่าวของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของอัยการแล้วสรุปแบบสั้นๆ ว่า ผู้สั่งคดี(อัยการ)สั่งไปโดยชอบ ตามกรอบของกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ และกรรมการมีข้อเสนอให้ตำรวจทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพราะมีพยานหลักฐานใหม่ที่ยังไม่ได้รวบรวมไว้ เช่น เรื่องความเร็วรถ 177 กม./ชม. เรื่องผลตรวจมีสารเสพติดในร่างกายของบอส กระทิงแดง
อันว่า "พยานหลักฐานใหม่" ต้องเป็นพยานหลักฐานที่ไม่เคยมีมาก่อน ถ้ามีมาก่อนแล้วแต่สอบสวนไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ (พนักงานสอบสวนไม่รวบรวมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ /พนักงานอัยการไม่ตรวจสอบหลักฐานและสั่งเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์) จะมาถือว่าเป็นหลักฐานใหม่หาได้ไม่? เพราะเป็นเพียงความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลักฐาน(ไม่ว่าจะโดยไม่ใส่เข้าไป หรือเอาออกจากสำนวน) และจะบกพร่องทั้งผู้รวบรวม(พนักงานสอบสวน ) และผู้ตรวจสอบสำนวน(พนักงานอัยการ)
คดีนี้ จึงต้องเริ่มจากเอาผิดกับผู้สั่งคดีก่อนว่าสั่งไปโดยมิชอบ(สั่งไปโดยที่หลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์) แล้วค่อยเอากลับมาสั่งให้ตำรวจทำการสอบสวนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนแล้วจึงค่อยสั่งคดีใหม่ มิใช่อ้างว่าอัยการที่สั่งคดีถูกต้องแล้ว จึงโยนใส่ตำรวจว่าบกพร่องในการรวบรวมหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว จากเหตุนี้การที่จะปฏิรูปการสอบสวนโดยให้พนักงานอัยการมาร่วมสอบสวนเสียตั้งแต่ชั้นสอบสวนควรจะคิดให้จงหนักเมื่อเอาการตรวจสอบถ่วงดุลมารวมไว้ที่เดียวกัน จึงควรที่จะสร้างกลไกอะไรขึ้นมาเสริมหรือไม่??