เนชั่นทีวี

ข่าว

สศช.ชง ครม.เคาะล็อต 2 เงินกู้ 'ฟื้น' เศรษฐกิจ

03 ส.ค. 2563 | Chatchai

สศช.ชง ครม.เคาะล็อต 2 เงินกู้ 'ฟื้น' เศรษฐกิจ

ชำแหละเงินกู้ฟื้นฟูโควิด 'สภาพัฒน์' ยันไม่มีโครงการประเภทคุณขอมา แทรกแซงกดดันการพิจารณากลั่นกรอง ด้านองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ผุดไอเดียสร้างเว็บไซต์เฝ้าระวังการโกง ให้ประชาชนรวมตรวจสอบใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้

จากสถานการณ์โรคโควิด-19 นอกจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อด้านสุขภาพและสาธารณสุขแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจประเทศไทยด้วย เนื่องจากการประเทศไทยมีมาตรการการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรค ทำให้กิจการต่างๆ ที่มีความเสี่ยงไม่สามารถดำเนินการได้ชั่วคราว จนกระทั่งมีการทยอยคลายล็อกเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น 
ความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้มีการช่วยเหลือเยียวยาผ่านระบบงบประมาณและพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ (กราฟฟิก) ประกอบด้วย 1.  พ.ร.ก.เงินกู้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท 2. พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท และ 3. พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท
การเยียวยาด้วยเงินกู้จำนวนมหาศาลเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายในสังคมติดตามและจับตากันอย่างใกล้ชิดว่า จะสามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่ หรือจะเกิดผลลัพธ์หรือผลกระทบอื่นใดตามมาจากการใช้งบประมาณเหล่านี้
ดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ระบุ ทโครงการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปแล้ว มีวงเงินประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการด้านการเกษตร การจ้างงาน ล่าสุดคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อนุมัติโครงการจากจังหวัดต่างๆ อีก 160 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 800 ล้านบาท ทั้งหมด 58 จังหวัด โดยจะเสนอเข้า ครม.สัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีโครงการประเภทคุณขอมา เพราะกระบวนการในการกลั่นกรองเงินกู้เป็นคณะกรรมการใหญ่ และมีคณะอนุกรรมมาธิการ อีก 2 ชุด เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุ ทุกคนคาดหวังว่าเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท จะเขามาช่วยฟื้นฟูวิกฤติโควิดได้ แต่ถ้าปล่อยให้มีการโกง เงินไปตกอยู่กับคนบางกลุ่ม จะเกิดปัญหาหนักขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นจะกลายเป็นปัญหาที่ซ้ำเติมประเทศหนักยิ่งขึ้น 
ข้อมูลจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เก็บข้อมูลสถิติการรับเรื่องร้องเรียนที่ถูกส่งเข้ามาในช่วงวิกฤติโควิด ตั้งแต่วันี่ 3 เม.ย. - 30 พ.ค.มีจำนวน 1,300 ข้อมูล พบว่ามีเรื่องที่เสี่ยงเป็นการทุจริตถึง 974 ข้อมูล คิดเป็น 75% จะเห็นได้ว่ามีการเข้าข่ายทุจริตเป็นจำนวนมากดังนั้น กลไกการตรวจสอบที่ดี ควรเปิดให้ชาวบ้านในท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วม โดยที่รัฐควรจะรณรงค์ให้ชาวบ้านรับรู้ข้อมูลการใช้งบ เช่น เว็บไซต์ thaime ที่เป็นข้อมูลสาธารณะ ประชาชนสามารถเข้าไปรวมตรวจสอบได้ 
นอกจากนี้ องค์กรฯ อยู่ระหว่างพัฒนาแอพพลิเคชั่น COVID AI ซึ่งจะดึงข้อมูลจากเว็บ thaime และข้อมูลเชิงพื้นที่อื่นๆ เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลให้ประชาชนเข้าไปสืบค้นข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือได้ คาดว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน

ข่าวล่าสุด