อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า คดีนี้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ร้องขอให้ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนสอบสวน กรณีที่มีกลุ่มมิจฉาชีพใช้จดหมายหลอกลวง โดยแอบอ้างเป็น ผอ.สำนักงานสลากฯ และอ้างว่ามีเลขล็อกจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ต้องจ่ายเงินให้ก่อนจำนวนหลักหมื่นถึงหลักแสน แล้วจะปล่อยเลขล็อกให้ ซึ่งผู้เสียหายที่ได้รับจดหมายหลอกลวงหลงเชื่อ และยอมจ่ายเงินให้กลุ่มมิจฉาชีพ จนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ต่อมาสำนักงานสลากฯ ในฐานะผู้ถูกแอบอ้าง ได้เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ โดยได้สอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 62/2562 ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล จนกระทั่งได้พยานหลักฐาน นำมาสู่การยื่นศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา กระทั่งวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ ผอ.กองปฏิบัติการพิเศษ และ พ.ต.ต.สุทศธวรรศ อารีย์รัตนะนคร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านปฏิบัติการพิเศษ พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 62/2562 ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 2 และเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ซึ่งอ้างตนว่าเป็นผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับความเสียหาย รวมมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ และพนักงานอัยการคดีพิเศษได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 264, 268 และ 343 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและยินดีชดใช้ความเสียหายแก่ผู้เสียหายด้าน พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และตัวแทนผู้เสียหายได้กล่าวขอบคุณอธิบดีดีเอสไอ และรองอธิบดีดีเอสไอ ที่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และสามารถเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายได้เกือบทั้งหมด