ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ ในฐานะอดีตอุปนายกทันตแพทยสภา เปิดเผยถึงกรณีการตรวจพบสารโคเคนของนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดงในเลือดว่า โคเคนเคยถูกนำมาใช้เป็นยาชา ทางทันตกรรมฉีดเพื่อให้เกิดความชา ก่อนทำการผ่าตัดฟันหรืออื่นๆ เมื่อประมาณ 150 ปีที่แล้ว แต่ด้วยตัวของสารชนิดนี้เกิดความไม่เสถียร ส่งผลให้เกิดการแพ้ยาและผลข้างเคียงอื่นๆค่อนข้างมีสูง รวมทั้งเป็นสารเสพติด และเมื่อวงการเทคโนโลยีเกิดการพัฒนาขึ้น จึงมีสารตัวใหม่ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกัน โคเคนอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าเอสเธอร์ ซึ่งเลิกใช้ไปแล้ว
แต่ในปัจจุบันใช้อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่ม a Mind ที่นิยมใช้คือลิโดเคน ซึ่งขึ้นบัญชีหลักยาแห่งชาติ ใช้ได้ปลอดภัยผลข้างเคียงน้อย โอกาสการแพ้ยาน้อย กับอีกตัวคือ เมพิวาเคน ใช้แล้วเกิดความปลอดภัย ทำให้ทางทันตแพทย์ไม่มีใครใช้โคเคนเพราะหาซื้อไม่ได้และมีราคาสูง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานการวิจัยในต่างประเทศตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้ว โดยศึกษาว่าหาก ทันตแพทย์ใช้ยาลิโดเคนฉีดเป็นยาชาแล้วจะเกิดผลบวกเทียมในปัสสาวะ คือจะมีสารคล้ายโคเคนหรือไม่ ซึ่งผลวิจัยพบว่า จากการตรวจใน 121 คน ซึ่งเจอ MEGX ที่มาจากลิโดเคนครบ 121 คน แต่ไม่เจอโคเคนแม้แต่คนเดียว
นอกจากนี้อดีตอุปนายกทันตแพทย์สภา ยังบอกอีกว่า ยาชาที่ฉีดไปในช่องปาก อาการชาจะอยู่เพียง2-3ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นก็จะขับออกทางร่างกาย โดยผ่านเข้าไปที่ตับแล้วก็ขับออกที่ไตมาทางปัสสาวะ ซึ่งจะไม่มีสารตกค้างนานหลายวัน อย่างมากสุดก็แค่เพียง 1 วันเท่านั้น และไม่มีโอกาสเกิดเป็นสารโคเคนได้
ประเด็นที่น่าสงสัยก็คือที่ทันตแพทย์สภาแถลงวันนี้ คุณหมอที่ทำฟันชี้แจงว่าเขาใช้ยาชาตัวเมพิวาเคน ซึ่งเป็นตัวที่ปลอดภัย โดยนายบอส อยู่วิทยา ได้มาทำฟันก่อน ที่จะเกิดอุบัติเหตุ 5 วัน ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย เพราะฉะนั้นการกล่าวอ้างว่าทำฟันแล้วจะตรวจเจอโคเคนในเลือด เป็นการโยง ไปหลายชั้นมาก ความเห็นส่วนตัวในเชิงวิชาการเป็นไปไม่ได้
ส่วนตัวเชื่อผลตรวจของโรงพยาบาลรามาที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ตัวที่เจอในเลือด คือการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ ซึ่งเวลาเสพสารเสพติดโคเคนเข้าไป ก็จะเจอในเลือดซึ่งเป็นแบบหนึ่ง ซึ่งถ้าเสพยาเสพติดกับแอลกอฮอล์ด้วย ผลก็จะออกมาเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผลของโรงพยาบาลรามาระบุชัดว่า เกิดจากสารเสพติดโคเคนร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ เลยเจอสารตัวนี้ เพราะฉะนั้นงานวิทยาศาสตร์ตรงไปตรงมา
ทพ.ดร.ธงชัย ระบุอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ี้เป็นปัญหาของระบบยุติธรรมในประเทศไทย ลักษณะคล้ายการเป่าคดี เป่าในชั้นตำรวจ ในชั้นอัยการ กรณีของนายบอส อยู่วิทยา น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี ว่าระบบยุติธรรมน่าจะมีปัญหา มีอะไรบางอย่างที่ต้องปฏิรูปหรือไม่
ตอนนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะ็เคยเป็นหมอฟันเด็กมาก่อน ยาที่ใช้กับผู้มาทำฟันก็ใช้ของดีมีคุณภาพ แต่มาบอกว่าของเรามีส่วนผสมของโคเคน รู้สึกเป็นการกล่าวอ้างที่เกินไป แบบนี้คนที่ไปฉีดยาชาทุกคนก็จะเจอสารโคเคนหรือไม่
ส่วนตัวมองว่า คุณหมอที่ถูกอ้างถึงว่าพบสารโคเคนในเลือดของนายบอส อยู่วิทยา เชื่อว่าคุณหมอคนนั้นไม่น่าจะระบุชัดเจนขนาดนี้ หรือยืนยันสารโคเคนในเลือดอย่างแน่นอน คิดว่าทันตแพทย์เรา มีจรรยาบรรณเพียงพอ ไม่กล่าวเท็จเกินความจริง