เนชั่นทีวี

ข่าว

'ศูนย์ต้านเฟคนิวส์' รวบ 12 มือโพสต์บิดเบือนโควิด-19

31 ก.ค. 2563 | sitthichai_nak

'ศูนย์ต้านเฟคนิวส์' รวบ 12 มือโพสต์บิดเบือนโควิด-19

ศปอส.ตร.แถลงจับผู้โพสต์ข่าวปลอม 12 ราย ที่โพสต์ข่าวปลอมอ้างมีสมุนไพร และพืชกระท่อมรักษาโรคโควิด-19 ได้ ซึ่งมีผู้นำไปแชร์ต่อจำนวนมาก ผู้ต้องหาทุกรายยอมรับการกระทำผิด สมัครใจลบโพสต์ รับปากจะระมัดระวังไม่ก่อเหตุซ้ำ

วันที่ 31 ก.ค.2563 เวลา 14.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบก.ขส.บช.ปส.) ในฐานะหัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม(Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) พร้อมด้วยตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ(ศปอส.ตร.) แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามผู้โพสต์ข่าวปลอมจำนวน 12 ราย ที่โพสต์ข้อความในช่วงระหว่างวันที่ 13 ก.ค. ถึงปัจจุบัน

'ศูนย์ต้านเฟคนิวส์' รวบ 12 มือโพสต์บิดเบือนโควิด-19

'ศูนย์ต้านเฟคนิวส์' รวบ 12 มือโพสต์บิดเบือนโควิด-19


พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า เนื้อหาที่ผู้ต้องหานำไปโพสต์มีข้อความคล้ายคลึงกัน อ้างถึงยาสมุนไพรชนิดแคปซูล ช่วยรักษาโรคโควิด-19 ได้ และพืชกระท่อมช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ซึ่งฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวกับกระทรวงสาธารณสุขแล้ว พบว่าไม่เป็นความจริง
ส่วนการสอบสวนผู้ที่โพสต์ข้อความส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่า ได้ข้อความดังกล่าวมาจากเพื่อน หรือจากเพจต่างๆ เข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง จึงนำไปโพสต์ต่อเพราะต้องการบอกข่าวสารที่พบให้กับกลุ่มญาติ หรือคนรู้จัก โดยไม่ทันตรวจสอบให้ดีว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม

'ศูนย์ต้านเฟคนิวส์' รวบ 12 มือโพสต์บิดเบือนโควิด-19

'ศูนย์ต้านเฟคนิวส์' รวบ 12 มือโพสต์บิดเบือนโควิด-19


เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาส่งไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ ในหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ , ปทุมธานี , นครปฐม , นครราชสีมา , สกลนคร , ฉะเชิงเทรา , นราธิวาส , นครศรีธรรมราช , สงขลา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ต้องหา และรับปากว่าจะลบข้อความดังกล่าวทันที

'ศูนย์ต้านเฟคนิวส์' รวบ 12 มือโพสต์บิดเบือนโควิด-19


พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวอีกว่า ขอฝากเตือนไปยังประชาชน ที่จะโพสต์ข้อมูลข่าวสาร ได้โปรดตรวจสอบข้อเท็จจริงข่าวสารที่ได้ัรับมาก่อนเผยแพร่ เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวล่าสุด