โดยย้ำว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลตระหนักถึงการระบาดของโรคโควิด-19ว่าเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลกซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการตอบรับในรูปแบบที่มีการประสานเชื่อมต่อและอยู่ในระดับที่กว้างขวางเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยเรียกร้องทางการไทยว่าหากมีการดำเนินมาตรการใดๆที่จำกัดสิทธิมนุษยชนในช่วงวิกฤตินี้ควรทำเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วนเท่านั้น
"เราขอเรียกร้องให้ท่านรับรองว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาระเบียบและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19โดยดำเนินการตรวจตราดูแลให้การชุมนุมโดยสงบสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวหมายรวมถึงให้งดเว้นการฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญาต่อผู้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างสงบรับประกันความปลอดภัยและมั่นคงของผู้ชุมนุมและให้พวกเขาสามารถใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบได้"
ทั้งนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติถอนฟ้องคดีอาญาต่าง ๆที่ยื่นเพื่อเอาผิดประชาชนจำนวนมาก ทั้งนักเรียน นักศึกษาและนักกิจกรรมทางการเมืองเพียงเพราะพวกเขาเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบคดีเหล่านี้หมายรวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นจากการละเมิดข้อห้ามเรื่องการชุมนุมสาธารณะภายใต้มาตราที่9 (2) ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563และทางการได้ประกาศว่ากำลังจะยกเลิกการบังคับใช้ในเกือบทุกกรณีผู้เข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบได้ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนรวมถึงใส่หน้ากากและเว้นระยะห่างทางกายภาพระหว่างกันและกัน