เนชั่นทีวี

ข่าว

เคารพการชุมนุมหนุ่มสาวแต่อย่าซ้ำรอยเหตุตุลาฯ

29 ก.ค. 2563 | chairat_pat

เคารพการชุมนุมหนุ่มสาวแต่อย่าซ้ำรอยเหตุตุลาฯ

"จตุพร" เตือนเริ่มเห็นเค้าลางการปะทะ หลังกลุ่มอาชีวะช่วยชาติปรากฏตัวชุมนุม ย้ำอย่าซ้ำรอยเหตุการณ์เดือนตุลาฯ วอนม็อบนักศึกษา ยึด 3 ข้อเรียกร้องให้มั่น พร้อมเตือนระวังโรคแทรกซ้อน ยันแก้ม.256ในรัฐธรรมนูญ เปิดทางช่วยชาติ

(30 กรกฎาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ ผ่านเพจ PEACETALK เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยย้ำถึงการประเมินสถานการณ์บ้านเมืองว่า เริ่มเห็นเค้าลางการปะทะในสถานการณ์ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาส่วนตัววิเคราะห์สถานการณ์ ไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง แต่เพื่อชาติบ้านเมือง ประชาชน คนหนุ่มสาว หากตัดอคติออกแล้ว ย่อมรับรู้ถึง การประเมินการเมืองของตนผิดพลาดน้อยมาก เนื่องจากไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ไร้มายาคติเข้าข้างตัวเอง โดยการวิเคราะห์นั้น มักบอกเสมอว่าตัวเองคิดอะไร และคาดการณ์ฝ่ายตรงข้ามจะคิดอะไรด้วย

"แม้ผมถูกประณาม หยามเหยียดมากมาย แต่ไม่แคร์ เพราต้องการอธิบายว่า วัยหนุ่มสาวนั้นคิดอะไร แล้วจะเจออะไร จึงยอมเจ็บปวดจากคนตั้งคำถามว่า พูดทำไม และวันที่ 30 ก.ค.นี้ กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ นัดชุมนุมปกป้องสถาบัน ต้านเยาวชนปลดแอก ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลาบ่ายสองโมง ส่วนเยาวชนปลดแอกไปชุมนุมที่อนุเสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้จึงเป็นคำตอบได้ว่า ผมพูดทำไม" นายจตุพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เนื่องจากเป็นโมเดลความรุนแรงในยุค 6 ตุลาฯ 2519 แม้ช่วง 14 ตุลาฯ 2516 ทุกฝ่าย ทั้งนักเรียน อาชีวะ นิสิตนักศึกษา แม่ทัพนายกอง ประชาชน ต่างลุกขึ้นต่อสู้เพื่อบ้านเมือง แต่ผ่านเลยไป 3 ปี ประชาชนและอาชีวะถูกแยกออกจากขบวนการนักศึกษา เพื่อต้องการโดดเดี่ยวแล้วลงมือล้อมปราบ

"การปรากฎตัวของกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ในวันที่ 30 ก.ค. นั้น หากเกิดการปะทะขึ้น จะมีประกาศภาวะฉุกเฉิน หากมีสถานการณ์ต่อจะยกระดับถึงขึ้นใช้กฎอัยการศึก หรือแม้กระทั่งถึงจุดจบแบบวันที่ 22 พ.ค. 2557 ทั้งที่พวกผมพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ จึงไปจัดชุมนุมที่ถนนอักษะ" ประธาน นปช. ระบุ

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า การจัดการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา ควรประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐ มีการตั้งจุดตรวจร่วมกัน ตั้งหน่วยการ์ดรักษาความปลอดภัย หากไม่มีการ์ดแล้ว สถานการณ์จะรวดเร็วมาก ซึ่งแกนนำนักศึกษาก็รู้และเริ่มเห็นปรากฏการณ์นี้แล้วอีกอย่าง ทั้งสองฝ่ายต้องระมัดระวัง เพราะความเห็นที่แตกต่างต้องไม่จบลงที่ทำร้ายกันและฆ่ากัน เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเหมือนกัน และเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย แต่ที่สำคัญต้องไม่ใช้กำลังมาเผชิญหน้ากัน

"ผมเคารพการตัดสินใจของคนหนุ่มสาว แต่อะไรที่จะเป็นเหตุ ผมก็ออกมาทัก จะเชื่อไม่เชื่อสุดแท้แต่ และผมเห็นว่าหลายคนก็ประกาศตามอย่างที่ว่า จะขีดเส้นใต้นี้ แล้วยึด 3 ข้ออย่างเคร่งครัด แต่การเปิดประตู ที่เป็นช่องว่างช่องเดียวให้เข้ามาได้ วันนี้เห็นผลแล้ว" นายจตุพร กล่าว

เคารพการชุมนุมหนุ่มสาวแต่อย่าซ้ำรอยเหตุตุลาฯ

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านต้องการให้เสร็จในวันที่ 10 ส.ค.นี้ เนื่องจากเป็นทางออกที่ดีที่สุด หลังจากนั้นก็ยุบสภา ทั้งที่จริงแล้วความต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ คือ ไม่ให้มีแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน มายกมือเลือกนายกฯ ซึ่งคนเขียนรัฐธรรมนูญมาอาจแค่สะใจ แต่ถ้าเลือกตั้งได้เสียงข้างน้อยแล้ว ส.ว.หนุนให้เป็นนายกฯได้ ย่อมไม่มีความหมายในการเป็นรัฐบาลบริหารประเทศอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดประตูให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพียงมาตราเดียวก็จบ บ้านเมืองเดินไปได้สวย และจะเป็นผลดีกันทุกฝ่าย รวมทั้งต้องไม่มีภาพการคุกคามประชาชน ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปสู่ด้านไม่พึ่งปรารถนาได้
"การวิเคราะห์การเมืองของผม อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ส่วนการชุมนุมนั้นสิ่งสำคัญ ต้องอยู่ที่การเตรียมการรับมือกับฝ่ายแทรกซ้อนที่พยายามทำให้เกิดการปะทะกัน ดังนั้น ถ้านับจากวันที่ 30 ก.ค. จะไม่ง่ายแล้วหน้าที่ของฝ่ายรัฐต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการปะทะกัน ผมเชื่อว่าสุดท้ายจะมีโรคแทรกซ้อนมากมาย ยากจะเอาอยู่กับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าทุกคนมองไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นจริง" ประธาน นปช. กล่าว

ข่าวล่าสุด