สำหรับรายละเอียดของมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมและผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติม(ระยะ2) ประกอบด้วย 1.การลดหย่อนอัตราค่าเช่าที่ดินในอัตราร้อยละ 10 ให้แก่ผู้เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทุกประเภท ยกเว้นผู้เช่าที่ดินพร้อมอาคาร สำหรับผู้เช่าที่ดินที่ต้องชำระค่าเช่าระหว่างเดือนมกราคมธันวาคม 2563 โดยต้องเป็นผู้เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.บริหารจัดการเองและท่าเรืออุตสาหกรรม จำนวน 14 แห่ง ไม่รวมผู้ประกอบการรายย่อย(ขนาดย่อม) ที่ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว ทั้งนี้ ผู้เช่าที่ดินสามารถขอคืนหลักประกันสัญญาเช่าส่วนที่เป็นเงินสดได้ โดยการนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศในมูลค่าที่เท่ากันมาวางแทน ซึ่งมีเงื่อนไขต้องเป็นผู้เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ระยะเวลาการเช่าไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมเป็นวงเงินความช่วยเหลือกรณีนี้ทั้งสิ้นประมาณ 140.4 ล้านบาท 2.การลดหย่อนค่าเช่าที่ดินในอัตราร้อยละ 10 สำหรับผู้เช่าที่ต่อสัญญาเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ระหว่างเดือนมกราคม- ธันวาคม 2563 และเป็นสัญญาเช่าระยะยาว(10 ปีขึ้นไป) และต่อสัญญาเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.บริหารจัดการเอง และท่าเรืออุตสาหกรรม จำนวน 14 แห่ง ไม่รวมผู้ประกอบการรายย่อย (ขนาดย่อม) ที่ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว รวมเป็นวงเงินความช่วยเหลือในกรณีนี้ทั้งสิ้นประมาณ 62.1 ล้านบาท และ 3.ลดหย่อนค่ากำกับการบริการในอัตราร้อยละ 50 สำหรับนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานที่เปิดดำเนินการแล้ว จำนวน 30 แห่ง และยกเว้นค่ากำกับการบริการสำหรับนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยยังไม่เปิดดำเนินการ จำนวน 13 แห่ง และได้ขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 รวมเป็นวงเงินความช่วยเหลือกรณีนี้ทั้งสิ้นประมาณ 77.4 ล้านบาท
"มาตรการความช่วยเหลือที่ กนอ.ได้ดำเนินการเพื่อผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมครั้งนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 280 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการความช่วยเหลือในระยะที่ 1 แล้ว จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 309 ล้านบาท โดยมาตรการทั้งหมดที่ กนอ.ดำเนินการ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการทุกรายในนิคมอุตสาหกรรม ด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อให้การประกอบกิจการของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2563 มีการแจ้งเริ่มกิจการใหม่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จำนวน 114 โรงงาน มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น จำนวน 12,019 คน ส่งผลให้มีตัวเลขโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมสะสม (ถึง มิ.ย.63) มีโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ประมาณ 6,112 โรง มีการจ้างงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 515,962 คน โดย กนอ.เชื่อมั่นว่ามาตรการนี้จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมและผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสมทันท่วงที ลดภาระและยังเสริมสภาพคล่องได้ในคราวเดียวกันอีกด้วย"ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวทิ้งท้าย