นายอำพล ให้การว่า ได้รู้จักกับผู้ตายมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงตั้งแต่รุ่นพ่อ ในวันก่อเหตุได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมาที่บ้านผู้ตาย เพื่อมาไถ่พระเครื่องที่นำมาจำนำไว้ 5,000 บาท โดยขณะพูดคุยผู้เสียชีวิตกลับพูดจาไม่ดี ชวนหาเรื่อง และบอกว่าพระเครื่องทั้งหมดไม่อยู่แล้ว จึงเกิดการทะเลาะกันและเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย ระหว่างนั้นเตาถ่านที่อุ่นอาหารล้มกระเด็น จึงทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้
ต่อมาผู้เสียชีวิตสู้แรงของตนไม่ไหว ตนจึงได้ผลักผู้ตายล้มลงบริเวณหน้าประตูบ้าน จากนั้นตนได้ลงไปปลุกปล้ำบีบคอจนผู้เสียชีวิตมีอาการสะอึกแน่นิ่งไป ก่อนลากผู้เสียชีวิตเข้าไปในบ้าน หลังจากนั้นตนก็เดินกลับที่พัก ส่วนสร้อยคอทองคำและจี้พระเครื่อง ปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป ทั้งนี้คาดว่าช่วงชุลมุนทองอาจจะเกิดขาดหายไป นอกจากนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวน พร้อมรถน้ำอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิธรรมประทีปสัมโพธิญาณ มายังบ้านเลขที่ 363/1 ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ทำการสูบน้ำร่องน้ำทิ้งในพื้นที่บ้าน เพื่อหาสร้อยคอทองคำ 5 บาท พระเหลี่ยมทอง ภาชนะใส่น้ำมัน ฯลฯ โดยการค้นหาใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะยุติลง เพราะยังไม่พบหลักฐานใดเพิ่มเติม