เนชั่นทีวี

ข่าว

ลงมือสุดโหด เผาเฮียร้านข้าวหมูแดงดับ

28 ก.ค. 2563 | jiradej

ลงมือสุดโหด เผาเฮียร้านข้าวหมูแดงดับ

ผู้ต้องหาฆ่ารัดคอเจ้าของร้านข้าวหมูแดง รับสารภาพแล้ว หลังตำรวจเค้นสอบนาน 10 ชั่วโมง ยอมรับรู้จักผู้ตายมานาน โดยขณะเกิดเหตุเดินทางมาขอไถ่พระคืน แต่เกิดทะเลาะวิวาท ผลักผู้ตายล้มถูกเตาอุ่นอาหารจนไฟลุกท่วม บีบคอซ้ำ ก่อนลากเหยื่อใส่กองไฟหวังอำพรางคดี

วันที่ 28 กรกฎาคม ความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ร้านข้าวหมูแดงแมสเซ็นเจอร์ ย่านภาษีเจริญ ทำให้นายอนันต์ แสงอุไร อายุ 66 ปี เจ้าของร้านถูกเพลิงไหม้เสียชีวิต ต่อมาลูกสาวผู้ตายเข้าร้องตำรวจ หลังผลชันสูตรแพทย์ชี้ระบุเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจมีรอยคล้ายถูกบีบรัดบริเวณลำคอ ซึ่งทางครอบครัวเชื่อว่าจะเป็นการฆาตกรรมอำพราง

ลงมือสุดโหด เผาเฮียร้านข้าวหมูแดงดับ

ล่าสุดพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน ได้ขอศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับนายอำพล วงเทียนทอง อายุ 58 ปี ตามหมายจับเลขที่จ.422/2563 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายอำพล หรืออู้ วงเวียนทอง อายุ 58 ปี มาสอบปากคำ เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่กับผู้ตายคนสุดท้าย ซึ่งในครั้งแรกนายอำพลได้ให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่หลังจากที่พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พันตำรวจเอกนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พันตำรวจเอกนครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 พร้อมฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน สอบปากคำนานกว่า 10 ชม. โดยผู้ต้องหาได้ยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวด้วยตนเอง

นายอำพล ให้การว่า ได้รู้จักกับผู้ตายมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงตั้งแต่รุ่นพ่อ ในวันก่อเหตุได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมาที่บ้านผู้ตาย เพื่อมาไถ่พระเครื่องที่นำมาจำนำไว้ 5,000 บาท โดยขณะพูดคุยผู้เสียชีวิตกลับพูดจาไม่ดี ชวนหาเรื่อง และบอกว่าพระเครื่องทั้งหมดไม่อยู่แล้ว จึงเกิดการทะเลาะกันและเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย ระหว่างนั้นเตาถ่านที่อุ่นอาหารล้มกระเด็น จึงทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้

ลงมือสุดโหด เผาเฮียร้านข้าวหมูแดงดับ

ต่อมาผู้เสียชีวิตสู้แรงของตนไม่ไหว ตนจึงได้ผลักผู้ตายล้มลงบริเวณหน้าประตูบ้าน จากนั้นตนได้ลงไปปลุกปล้ำบีบคอจนผู้เสียชีวิตมีอาการสะอึกแน่นิ่งไป ก่อนลากผู้เสียชีวิตเข้าไปในบ้าน หลังจากนั้นตนก็เดินกลับที่พัก ส่วนสร้อยคอทองคำและจี้พระเครื่อง ปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป ทั้งนี้คาดว่าช่วงชุลมุนทองอาจจะเกิดขาดหายไป นอกจากนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวน พร้อมรถน้ำอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิธรรมประทีปสัมโพธิญาณ มายังบ้านเลขที่ 363/1 ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ทำการสูบน้ำร่องน้ำทิ้งในพื้นที่บ้าน เพื่อหาสร้อยคอทองคำ 5 บาท พระเหลี่ยมทอง ภาชนะใส่น้ำมัน ฯลฯ โดยการค้นหาใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะยุติลง เพราะยังไม่พบหลักฐานใดเพิ่มเติม

ข่าวล่าสุด