เนชั่นทีวี

ข่าว

เคลียร์ปม "กมธ.กฎหมายฯ สนช." จุดพลิกคดีบอส

28 ก.ค. 2563 | anuruck_phe

เคลียร์ปม "กมธ.กฎหมายฯ สนช." จุดพลิกคดีบอส

ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับคดี "บอส รอดทุกข้อหา" ล่าสุดขณะนี้มีความพยายามโยงว่า อาจมีการใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากนอกสำนวนการสอบสวน เพื่อเบี่ยงเบนคดีจากที่อัยการเคย "สั่งฟ้อง" เปลี่ยนเป็น "สั่งไม่ฟ้อง" โดยพุ่งเป้าไปที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า กมธ.กฎหมายฯ สนช.

คณะกรรมาธิการชุดนี้ แต่งตั้งในยุค คสช. ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างปี 2557-2562 มี พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ และยังมีชื่อ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องของ พลเอกประวิตร อีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเป็นกรรมาธิการด้วย


เรื่องของเรื่องก็คือ ทนายของนายบอส ได้ไปยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีของนายบอสต่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ เมื่อปี 2560 โดยขณะนั้นอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายบอส ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และกำลังเร่งดำเนินการตามกระบวนการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากนายบอสหลบหนีหมายจับไปพำนักในต่างประเทศ


ช่วงนั้นทนายของนายบอส ได้ยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมไปหลายที่ หลายครั้ง ทั้งอัยการสูงสุดเอง และ กมธ.กฎหมายฯ สนช. สุดท้ายอัยการสูงสุดสั่งให้ตำรวจสอบสวนเพิ่ม ทั้งๆ ที่สั่งคดีไปแล้ว จนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงคำสั่งคดี เป็น "สั่งไม่ฟ้องทุกข้อหา" ในที่สุด


จากจุดนี้เองทำให้มีการโยงกันว่า เครือข่ายของ "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร อาจเกี่ยวข้องกับผลของคดีที่เปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ค้านสายตาคนไทยทั้งประเทศ โดยอาจมีการใช้อำนาจหรืออิทธิพลของ กมธ. กดดันอัยการและตำรวจหรือไม่





เมื่อวาน พลเรือเอก ดิษฐวัชร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายธานี อ่อนละเอียด เลขานุการ กมธ. ชี้แจงเรื่องนี้ในวันที่ 29 หรือ 30 กรกฎาคม


แหล่งข่าวซึ่งเป็นอดีตกมธ.กฎหมายฯ กล่าวว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับ กมธ.กฎหมายฯด้วยเหมือนกัน เพราะขณะนี้มีข้อมูลชัดเจนเพียงว่า ทนายของนายบอสไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับ กมธ.กฎหมายฯ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า ทาง กมธ.กฎหมายฯ ได้ดำเนินการอย่างไรหลังรับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว เช่น ส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดทันที โดยทำหน้าที่คล้ายไปรษณีย์ เมื่อมีผู้ร้องมา ก็ส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือได้ตั้งคณะอนุ กมธ.ขึ้นมาศึกษาว่าสำนวนคดีมีความไม่เป็นธรรมอย่างไร ซึ่งหาก กมธ.กฎหมายฯ ทำเพียงแค่ส่งเรื่องต่อไปยังอัยการสูงสุด ก็ต้องถือว่าเป็นการทำหน้าที่ปกติ ไม่ได้พยายามกดดันหรือแทรกแซงการทำงานของอัยการและตำรวจ


และถึงแม้ว่า กมธ.กฎหมายฯ จะตั้งคณะทำงานหรือ อนุ กมธ.ขึ้นมาศึกษาสำนวนคดี และจัดทำรายงานผลการศึกษาส่งให้อัยการสูงสุด ก็ไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมายว่าอัยการสูงสุดต้องปฏิบัติตาม อีกทั้งเรื่องนี้เป็นการยื่นเรื่องร้องเรียนโดยตรงผ่าน กมธ.กฎหมายฯ ไม่ใช่เรื่องที่เสนอหรือได้รับมอบหมายให้ศึกษาจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อทำการศึกษาเสร็จเรียบร้อยก็ไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้ารายงานต่อที่ประชุม สนช.


ฉะนั้น การด่วนสรุปจากบางฝ่ายว่าการที่ทนายของนายบอส ยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมต่อ กมธ.กฎหมายฯ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนั้น ก็อาจเป็นการสันนิษฐานเกินข้อเท็จจริง ฉะนั้นทั้งหมดต้องรอฟังคำแถลงจากอดีต กมธ.ที่ได้รับมอบหมายให้แถลงข่าวใน 1-2 วันนี้


เคลียร์ปม "กมธ.กฎหมายฯ สนช." จุดพลิกคดีบอส


สำหรับประเด็นที่เกี่ยวกับ กมธ.กฎหมายฯ ได้ถูกฝ่ายการเมืองตรงข้ามรัฐบาลนำไปขยายผล โดยโยงถึง "บิ๊กป้อม" เพื่อหวังผลให้เกิดกระแสต่อต้านและนำไปสู่การประท้วงขับไล่รัฐบาล ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ "บิ๊กป้อม" และการทำงานของ กมธ.กฎหมายฯ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาล คสช.ในขณะนั้น

ข่าวล่าสุด