เนชั่นทีวี

ข่าว

ทวงถาม 9 ข้อกันเสาหลักยุติธรรมถูกทำลาย

28 ก.ค. 2563 | chairat_pat

ทวงถาม 9 ข้อกันเสาหลักยุติธรรมถูกทำลาย

"เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย" ตั้งคำถาม 9 ข้อ กรณีพบพิรุธคดี "บอส อยู่วิทยา" ที่ "อัยการ-ตำรวจ" ต้องตอบ เพื่อไม่ให้เสาหลักยุติธรรมถูกทำลาย

(28 กรกฎษคม 2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้แถลงยืนยันว่าพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือ บอสอยู่วิทยาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้ว และดำเนินการเพิกถอนหมายจับต่อไปนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นมีข้อพิรุธและข้อสงสัยของสังคมไทย ต้องการคำตอบจากอัยการและตำรวจถึง 9 ประเด็น
1.ตามระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด (อสส.) การสั่งคดีอาญาที่จะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์อันสําคัญของประเทศ กำหนดให้เป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดเท่านั้น เหตุใดรองอัยการสูงสุดจึงสั่งแทนได้

2.การระบุมีพยานใหม่ 2 ราย ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่เพิ่งมาโผล่เป็นพลเมืองดี เมื่อเวลาผ่านไป 7 ปีมาแล้ว ซึ่งพยานในลักษณะนี้ในทางคดี ไม่มีความน่าเชื่อถือที่จะรับฟังได้ มีพิรุธ แต่ทำไมอัยการจึงให้น้ำหนักกับพยาน 2 รายดังกล่าว

3.การที่ผู้ตรวจสอบความเร็วให้การในครั้งแรกว่า บอสขับรถด้วยความเร็ว 177 กม./ชม. เมื่อมีการร้องขอความเป็นธรรม ความเร็วของรถลดลงเหลือเพียง 76 กม./ชม. ซึ่งอัยการก็เชื่อตามนั้นได้อย่างไร เมื่อประจักษ์พยานที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ คือ จุดที่รถจักรยานยนต์ผู้เสียชีวิตไปตกอยู่ ห่างจากจุดที่ชนถึง 163.6 เมตร หากความเร็วรถยนต์ 76 กม./ชม. จะลากยาวขนาดนั้นได้อย่างไร


4.ข้อมูลการพบสารแปลกปลอมในร่างกายของนายบอส ตามที่สน.ทองหล่อประสานมาให้ รพ.รามาธิบดีตรวจสอบพบ 1.สาร Alprazolam (อัลพาโซแลม) 2.สาร Benzoylecgonine(เบนซอยเลกโกไนน์) 3.สาร Cocaethylene(โคเคเอธทีลิน) และ 4.สาร Caffeine(คาเฟอีน) ทำไมจึงไม่ปรากฎในสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ที่ส่งไปยังอัยการ เช่นนี้จะสามารถใช้เป็นข้อมูลใหม่ในการรื้อฟื้นคดีได้หรือไม่

5.การร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ สนช. ซึ่งมิได้มีหน้าที่ใดๆในทางคดีตาม ป.วิ.อาญาเลยนั้น อัยการให้น้ำหนักความน่าเชื่อถือได้อย่างไร ทั้งๆที่มีข้อพิรุธมากมาย6.การปล่อยให้บอสหลบหนีไปต่างประเทศหลังจากประกันตัวออกไป โดยไม่มีการติดตามและระมัดระวังอย่างเพียงพอ และไม่สามารถนำตัวมามอบให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลได้ จนนำไปสู่การขอเลื่อนคดีถึง 7 ครั้ง การกระทำเช่นนี้ในทางคดี เรียกว่าเป็นการประวิงคดี อัยการไม่รู้เชียวหรือ

7.การตั้งข้อหาให้นายดาบตำรวจที่เสียชีวิตว่าเป็นจำเลยร่วมในคดี ทั้งๆที่เป็นผู้เสียหายในคดีซึ่งขัดต่อข้อเท็จจริงที่สังคมรับรู้ร่วมกัน เป็นเทคนิคทางคดีที่เด็กอมมือก็รู้ แต่อัยการไม่รู้เชียวหรือ
8.กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ ว่ามีมูลความผิดตำรวจ 7 นาย ฐานเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในข้อกล่าวหาหลายๆข้อ ซึ่งล้วนมีน้ำหนักในทางคดีมาก เหตุใดอัยการจึงไม่ให้น้ำหนักต่อรายงานของ ป.ป.ช.ดังกล่าว


9.คดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจกันของสาธารณชน เป็นคดีใหญ่ ในการสั่งคดีนั้นต้องคำนึงถึงระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของอัยการ 2547 โดยเคร่งครัดให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน ตามข้อ 5 ณ เวลานี้อัยการได้ปฏิบัติครบถ้วนแล้วหรือ

"วันนี้คณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดีของอัยการ 7 คนจะประชุมกัน และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของฝ่ายตำรวจก็จะต้องหาข้อสรุปกันภายใน 15 วันนั้น ก็หวังว่าท่านทั้งหลายจะไม่ทำให้คดีนี้กลายเป็นปัญหาที่นำไปสู่การทำลายเสาหลักแห่งความยุติธรรมไปเสียสิ้น ถ้าเสาหลักล้ม หน่วยงานของพวกท่านก็จะมีปัญหาตามไปด้วย" นายศรีสุวรรณ กล่าว

ข่าวล่าสุด